ข่าวฟุตบอล

SBOBET แทงบอลออนไลน์

อันเดร์ เอร์เรร่า เตรียมกลับทีมเก่าอีกครั้ง หากถูกปล่อยตัว

Ander Herrera , Manchester United F.C. , Premier League

คิดถึงทีมเก่า! อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ชาวสเปนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกลับทีมเก่า หากต้นสังกัด พร้อมปล่อยตัวหลังจบฤดูกาลนี้ เอล มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อชื่อดังในสเปนเผย อันเดร์ เอร์เรร่า ยอดมิดฟิลด์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเก็บของกลับไปค้าแข้งในถิ่นเก่าอีกครั้ง หากจบฤดูกาลนี้ตัวเองถูกปล่อยออกจากทีม มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนวัย 28 ปีรายนี้ ย้ายมาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัวสูงถึง 28 ล้านปอนด์ ก่อนหน้านี้ในยุคของผู้จัดการทีมอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล เจ้าตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไรจนมาถึงช่วงปีแรกของ โชเซ่ มูรินโญ่ เจ้าตัวจึงกลายเป็นนักเตะสำคัญของทีมเนื่องจากได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทีมคว้าตัว เนมันย่า มาติช และ ปอล ป็อกบา มาร่วมทีม เจ้าตัวจึงตกเป็นตัวสำรองมาโดยตลอด จนมีข่าวว่าเตรียมจะถูกขายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ โดย อันเดร์ เอร์เรร่า เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงปีเดียวและต้นสังกัดเก่าอย่าง แอธเลติก บิลเบา กำลังติดตามสถานการณ์ของเจ้าตัวอยู่ โดยพร้อมเจรจาเพื่อคว้าตัวกลับไปร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ สำหรับ อันเดร์ เอร์เรร่า เคยค้าแข้งอยู่กับแอธเลติก บิลเบา ทีมในสเปน 3 ฤดูกาล โดยการลงสนามไปทั้งสิ้น 128 นัดยิงไป 11 ประตู ก่อนที่จะย้ายมายังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยต้นสังกัดเก่าพร้อมจะจ่ายค่าเหนื่อยที่สูงถึง 100,000 ปอนด์/สัปดาห์ เพื่อโน้มน้าวให้นักเตะยอมย้ายกลับทีมเก่า

อ่านต่อ

‘คล็อปป์’ พอใจผลงานลูกทีม หลังเปิดบ้านเอาชนะ โรม่า 5-2

Jürgen Klopp ,Liverpool F.C.

เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมายอมรับว่าพอใจกับผลงานของลูกทีม แม้จะเสียไปสองประตูจากการโต้กลับมาช่วงท้ายเกม ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ โรม่า ไป 5-2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซัดไปคนละ 2 ประตู ในขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ ก็ยิงได้เช่นเดียวกัน ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ออกนำไป 5-0 หลังจากลงสนามแข่งขันไป 68 นาที ในเลกแรก อย่างไรก็ตาม โรม่า ซึ่งเคยผงาดขึ้นจากความพ่ายแพ้เลกแรก 1-4 ให้กับ บาร์เซโลน่า แต่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้จากลูกอเวย์โกล ได้โต้กลับมาต่อลมหายใจด้วย 2 ประตูในช่วงท้ายเกม เอดิน เชโก้ ซัดประตูตีไข่แตกให้กับ โรม่า ในนาทีที่ 81 ก่อนที่ ดีเอโก้ เปร็อตติ จะมาบวกเพิ่มเป็น 5-2 จากจุดโทษในนาทีที่ 85 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ถูกลงโทษสำหรับการแฮนด์บอล แม้ว่า คล็อปป์ จะรู้สึกว่าเป็นการตัดสินที่รุนแรง "มันเป็นฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบตลอดเวลา 80 นาทีหรือมากกว่านั้น" คล็อปป์ กล่าว "เราทำผิดพลาดอย่างหนึ่งที่ปล่อยให้ เชโก้ สามารถใช้สถานการณ์นั้นได้ นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เรารู้ก่อนเกมอยู่แล้วว่าพวกเขามีคุณภาพ และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเสียประตูได้ตลอดทั้งเกม” "ผมคิดว่าเราคงเห็นเหมือนกันว่าจุดโทษนั้นไม่ใช่จุดโทษ มันไม่ใช่แม้แต่แฮนด์บอล นับประสาอะไรกับใบเหลือง” "แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น และเราชนะ 5-2 ผมจะมีความสุขมากขึ้นแน่นอนถ้าเราชนะ 5-0 หรือ 5-1 แต่ 5-2 ก็เป็นผลการแข่งที่ยอดเยี่ยม” "ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่านั่นจะเป็นไปได้ก่อนที่จะเริ่มเตะ ดังนั้นพวกเด็ก ๆ จึงทำได้ดีมาก และเราจะไปที่นั่นและพยายามที่จะชนะอีกครั้ง" คล็อปป์ กล่าว

อ่านต่อ

ยิงฉลองแชมป์! แมนฯ ซิตี้ ปูพรมถล่ม สวอนซี 5-0

Manchester City F.C. , Swansea City A.F.C. , Premier League

ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแกร่งสมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านถล่ม สวอนซี ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฝั่งเจ้าบ้านยังคงจัดชุดใหญ่เต็มอัตราโดยส่งแนวรุกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เชซุส นำทัพ ส่วนทัพ “หงส์ขาว” ที่ลุ้นหนีโซนตกชั้นก็ส่ง จอร์แดนและอังเดร อายิว เป็นความหวังในแดนหน้า เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที เจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง เตะบอลไปโดนกองหลังทีมเยือกระเด็นไปเข้าทาง ดาบิด ซิลบา หวดด้วยซ้ายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 นาทีที่ 16 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ ฟาเบียน เดลฟ์ ทำชิ่งกับ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนส่งเข้ากลางให้ สเตอร์ลิง แปจ่อ ๆ เข้าประตูไป นาทีที่ 35 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ เดอ บรอยน์ เปิดบอลขึ้นมาเขตโทษให้ กาเบรียล เชซุส หวดด้วยขวาแต่ติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จบครึ่งแรกเจ้าบ้านเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-0 ครึ่งหลังเจ้าบ้านได้ประตูทิ้งห่าง 3-0 นาทีที่ 54 เมื่อ ดานิโล ตัดบอลจากแข้ง สวอนซี ก่อนส่งบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ พลิกหาจังหวะซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยม “หงส์ขาว” มีโอกาสได้ลุ้นประตูบ้าง กี ซึง-ยอง เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ อัลฟี่ มอว์สัน โหท่งบอลข้ามคานแบบเฉี่ยดฉิว นาทีที่ 64 “เรือใบสีฟ้า” ได้จุดโทษจากจังหวะที่...

อ่านต่อ

ใกล้จบแล้ว! “ตราหมี” บุกพ่าย โซเซียดาด 0-3 ห่างบาร์ซ่า12แต้ม

Real Sociedad , Atlético Madrid , La Liga

ศึกลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2017-18 นัดที่ 33 “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ส่อแววหมดลุ้นแชมป์หลังบุกพ่ายเจ้าถิ่น เรอัล โซเซียดาด แบบเละคาที่ 0-3 ทำให้ แอต.มาดริด มีคะแนนห่างบาร์เซโลน่าถึง 12 คะแนน โอกาสคว้าแชมป์ลีกแทบจะหมดลงทันที เพราะเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 5 นัด เกมลาลีกานัดที่ 33 วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา เรอัล โซเซียดาด เปิดสนามเอสตาดิโอ มูนิซิพัล เด อโนเอต้า พบกับ แอตเลติโก มาดริด ทีมรองจ่าฝูงในเวลานี้ เกมนี้เจ้าบ้านส่ง เกโรนิโม รูลลี ลงเฝ้าเสา ส่วน วิลเลี่ยน โชเซ่, อั๊ดนาน ยานาไซ, เซร์คิโอ กานาเลส และมิเกล โอยาซาบัล เป็น 4 ทหารเสือเตรียมลาตาข่าย ฟากฝั่งของทีมเยือน แอตเลติโก มาดริด ส่ง แยน โอบลัค ลงเฝ้าเสา แนวรุก โกเก้ ประสานงานกับ อังเคล กอร์เรอา โดยมี อองตวน กรีซมันน์ และ กาแว็ง กาเมโร่ เป็นคู่กองหน้า เริ่มเกมการแข่งขัน เพียงนาที 27 เจ้าบ้านมาได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะ อั๊ดนาน ยานาไซจ์ กระชากบอลเข้ากลางให้ วิลเลียน โชเซ่ กดขวาเต็มข้อบอลเรียดเข้าโคนเสาตุงตาข่าย เรอัล โซเซียดาด นำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ เริ่มเกมครึ่งหลังนาทีที่ 67 ทีมเยือนหวิดได้ประตูตีเสมอจาก โกเก้ เปิดมุมสุดสวยให้ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้ กระโดดโขกเต็ม ๆ ถากเสาสองออกหลังไป...

อ่านต่อ

ฟอร์มกลับมาบู่! ชุดขาว เปิดบ้านไล่เจ๊า แอธ.บิลเบา 1-1

Real Madrid C.F. , Athletic Bilbao , La Liga

เกมการแข่งขัน ฟุตบอลลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2017-18 นัดที่ 33 “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ดวลกับ แอธเลติก บิลเบา เมื่อคืนวันพุธที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเกมนี้เจ้าบ้านเสียท่าหนักโดนยิงประตูตั้งแต่ 14 นาทีแรก จนใกล้จบเกมนาที 87 นาที คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พระเอกเจ้าเก่ามาทวงประตูคืนได้หวุดหวิดเป็น 1-1 ช่วยทีมรอดตายปฏิหาริย์ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเจ้าบ้าน ส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พระเอกของทีมลงเป็นตัวจริงโดยเล่นคู่กับ ลูคัส บาสเกซ, มาร์โก อเซนซิโอ และ คาริม เบนเซม่า ช่วยกันล่าตาข่าย กูโก้ ซิกานด้า กุนซือทีมเยือน มาในระบบ 4-2-3-1 โดยส่ง อินญากี้ วิลเลียมส์ ลงตัวจริงล่าประตูคู่กับ อินญิเก้ เลกูเอ, ราอูล การ์เซีย และ อินญิโก้ กอร์โดบา เริ่มเกมการแข่งขันมาได้แค่ 14 นาที เจ้าบ้านมาเสียประตูอย่างรวดเร็วเป็น 0-1 ทำเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นช็อกทั้งสนาม จากจังหวะ อินญิโก้ กอร์โดบ้า จ่ายบอลทะลุช่องให้ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ หลุดขึ้นหน้าเข้าไปชิพอย่างสวยผ่านตัว นาวาส เข้าไป เป็นประตูขึ้นนำของทีมเยือนบิลเบา และเป็นประตูเดียวในเกมครึ่งแรก เริ่มครึ่งหลัง ราชันชุดขาว จากเสียประตูในครึ่งแรกก็โหมบุกอย่างหนัก จนมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 87 จากจังหวะ ลูก้า โมดริช ตะบันด้วยขวาแล้วลูกพุ่งไปถูก โรนัลโด้ บอลเปลี่ยนทางเข้าซุกก้นตาข่ายเข้าไป เป็น 1-1 จบเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม เรอัล มาดริด รอดตายหวุดหวิดในช่วงสุดท้าย แต่ก็ไม่สามารถยิงประตูแซงได้ สุดท้ายทำได้แค่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ แอธ.บิลเบา...

อ่านต่อ