Champion league

SBOBET แทงบอลออนไลน์

เด เคอา เซฟมือแหก! ช่วย ผี บุกไปยันเสมอ เซบีย่า 0-0

Manchester United ,Sevilla , UEFA Champions League

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ดาบิด เด เคอา เซฟมือเป็นระวิงในเกมนี้ ช่วยให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเจ๊า เซบีย่า 0-0 ทำให้ต้องไปลุ้นกันต่อในนัดที่สอง ณ สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เกมนี้ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือ เจ้าบ้านส่ง หลุยส์ มูเรียล ลงสนามคู่กับ ปาโบล ซาราเบีย และส่งฟรังโก้ วาซเกซ กับฮัวกิน กอร์เรอา ลงทำเกมแนวหน้า ทางฝั่งทีมเยือน โชเซ่ มูรินโญ่ ยังคงส่งแข้งเกรดเอลงโดยมี โรเมลู ลูกากู, อเล็กซิส ซานเชซ และฆวน มาต้า ลงทำเกมแนวหน้า ส่วน ปอล ป็อกบา เพิ่งหายป่วยยังคงให้เป็นตัวสำรองก่อน เริ่มเกมการแข่งขันเจ้าบ้านบุกทักทายก่อนในนาทีที่ 4 จากการยิงของ หลุยส์ มูเรียล ยิงไกลซ้อมประตู เด เคอา รับไว้ได้สบาย ๆ นาที 17 ได้เลิกพระเอกทีมเยือนส่ง ปอล ป็อกบา ลงไปเล่นแทนเอร์เรร่า เนื่องจากอาการบาดเจ็บ นาที 27 ทีมเยือนหวิดเสียประตูจากจังหวะ กอร์เรอา ล็อกป่วนหน้าประตูก่อนแหวกขึ้นมายิง เด เคอา ยังรับไว้ได้สบาย ๆ นาที 38 "ปีศาจแดง" ขอโต้กับจากจังหวะที่ ไอ้หนู แม็คโทมิเนย์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายเต็มแรงแต่ รีโก้ กระโดดปัดบอลออกทัน จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถทำประตูได้ทำให้เสมอกับ เซบีย่าอยู่ 0-0 เริ่มเกมครึ่งหลังแมนฯยูไนเต็ดได้ลูกฟรีคิกในนาทีที่ 60 ลูกากู ตั้งลูกแล้วปั่น 25...

อ่านต่อ

ยูเว่เสียท่า! นำก่อนสองเม็ดแต่โดน สเปอร์ส ไล่ยิงเจ๊า 2-2

การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก "ม้าลาย" ยูเวนตุส พลาดท่าเต็ม ๆ ได้แค่เจ๊าในบ้าน หลังโดน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ไล่ตามหลังบุกยิงถึง 2 เม็ด ทั้งที่สกอร์เจ้าบ้านนำลิ่วมาถึง 2-0 แต่สุดท้ายก็ดันมาโดนยิงคืนเจ๊ากันไป 2-2 ในการแข่งขันเพียง 2 นาทีแรกเจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะ มิราเล็ม ปานิช เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษทีมเยือน กอนซาโล่ อิกวาอิน วิ่งหนีตัวประกบไปวอลเล่ย์ด้วยขวาแบบไม่จับ ส่งบอลพุ่งเข้าประตูอย่างสวยงาม ถัดมาเพียง 8 นาที สกอร์ทิ้งห่างเป็น 2-0 เบน เดวิส แบ็คซ้ายสเปอร์สไปทำฟาล์ว เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ กลายเป็นจุดโทษของเจ้าบ้าน และ กอนซาโล่ อิกวาอิน รับหน้าที่สังหารซัดด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ เกมยังคงดำเนินมาเรื่อย ๆ จนนาทีที่ 35 ทีมเยือนพยายามมาทวงคืนประตูจนได้ตีตื้นมาเป็น 2-1 จาก อัลลี่ จ่ายให้ เคน หลุดเดี่ยวขึ้นมาก่อนสับหลอก บุฟฟ่อน แล้วยิงด้วยซ้ายเข้าเสาแรกไปไม่พลาด ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ยูเวนตุส ได้จุดโทษอีกครั้งเมื่อ แซร์จ ออริเยร์ ไปเสียบ ดั๊กกลาส คอสต้า ล้มลงในเขตโทษ กอนซาโล่ อิกวาอิน คนเดิมรับหน้าที่สังหาร แต่คราวนี้ซัดไปชนคาน พลาดโอกาสได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกเจ้าบ้าน ยูเวนตุส ยังคงหนือกว่า นำ สเปอร์ส อยู่ 2-1 เริ่มเกมครึ่งหลังเจ้าบ้านพลาดประตูทิ้งห่างลูกที่สามจาก แบร์นาร์เดสคี่ ซัดเต็มข้อ โยริส เซฟออกหลังได้ เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้งจากลูกเตะมุม ปานิช เปิดมุมเข้ามา อิกวาอิน กระโดดโหม่งตรง ๆ แต่ โยริส รับได้เต็มมือพอดีเลย นาทีที่ 72 ทีมเยือนได้ประตูเจ๊าเป็น 2-2 จากจังหวะ เดเล่...

อ่านต่อ

“จิ้งจอก” ขึ้นอันดับ 8 หลังกดนักบุญถึงถิ่น 4-1 จี้พื้นที่ยูซีแอลเหลือ 5 แต้ม

“จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ โชว์เกมรุกสุดโหด หลังบุกไปถล่ม "นักบุญ" เซาแฮมป์ตัน ถึงถิ่น เซนต์ แมรี่ส์ 4-1 ขยับอันดับขึ้นไปรั้งอันดับ 8 ตามหลังพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ 5 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017/18 เลสเตอร์ ซิตี้ โฉมใหม่ ภายใต้การคุมทัพของ โคล้ด ปูแอล พาทีมเก็บชัยรวดสามนัดติดต่อกันทะยานสู่อันดับ 8 อย่างยอดเยี่ยม โดยเกมนี้ส่ง เจมี่ วาร์ดี้ เป็นหน้าเป้า โดยมี ชินจิ โอกาซากิ ยืนข้างหลังเล่นร่วมกับ ริยาด มาห์เรซ และ เบน ชิลเวลล์ ในระบบ 4-2-3-1 ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้าน เมาริซิโอ เปเญกริโน่ เมื่อเกมที่แล้วเพิ่งพลาดท่าเสมอกับ อาร์เซน่อล 1-1 โดยเสียประตูในช่วงท้ายเกม เกมนี้ยังไว้ใจส่ง ชาร์ลี ออสติน เป็นหน้าเป้า โดยมี ดูซาน ทาดิช และโซฟียาน บูฟาล สนับสนุนอยู่ข้างหลัง การแข่งขันเริ่มขึ้น ได้เพียง 11 นาที ทีมเยือนมาเฉือนประตูลูกแรกจากจังหวะ ริยาด มาห์เรซ ล็อกเข้ากลางแล้วกดซ้ายนอกกรอบประตูเข้าไปแบบสวยๆ จิ้งจอกสีน้ำเงินขึ้นนำแล้ว 1-0 ต่อมานาทีที่ 32 จิ้งจอกมาย้ำชัยอีกลูกจากการเปิดมุมของ มาห์เรซ บอลโด่งเข้าทาง วาร์ดี้ ซ้ำวอลเลย์ ติด ฟอร์สเตอร์ บอลเด้งเข้าทาง โอกาซากิ จิ่มจ่อ ๆ เข้าประตูไม่เหลือซาก เป็น 2-0 ถัดมาเพียง 6 นาที เจ้าถิ่น ถึงกับยืนงง กับลูกทิ้งห่างของทีมเยือนเป็น 3-0 จากจังหวะเตะโด่ง มาห์เรซ ให้ แม็คไกวร์...

อ่านต่อ

แมนฯซิ โดน ซัคตาร์ โดเน็ทส์ก อัด 2-1 ไล่ไม่ทันแพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาล

เกมการแข่งขันนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ชัคตาร์ โดเนตส์ค เปิดบ้านชนะทีมหัวตารางอย่าง ''เรือใบ'' แมนฯ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 1-2 โดยเกมนี้ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกส่งสำรองลงเกือบยกชุด และซ้ำแพ้เป็นเกมแรกในซีซั่นนี้ ในเกมการแข่งขัน เจ้าถิ่นอาศัยความเคยชินบุกทีมเยือนหัวตารางตั้งแต่ 4 นาทีแรก จากการยิงของ ไทสัน บุกขึ้นมากดไซร้เหินคานไป และยังคงบุกอย่างต่อเนื่องในนาทีที่ 8 จากจังหวะ ฟาคุนโด้ แฟร์เรยร่า รับบอลจากกาบซ้ายล็อกเข้าใน ล้มตัวยิงในกรอบแต่ยังไปติดแนวรับเรือใบ ต่อมาในนาทีที่ 26 เจ้ายบ้านมาบุกเก็บประตูแรกได้สำเร็จจากจังหวะ มาร์ลอส เลี้ยงบอลขึ้นมาแล้วจ่ายทางซ้ายให้ เบอร์นาร์ด แต่งบอลเข้าซ้ายปั่นฟรีคิกเข้าสามเหลี่ยมไปอย่างสวยงาม ส่งผล ซัคตาร์ ขึ้นนำอยู่ 1-0 นาทีที่ 32 ชัคตาร์มาได้ประตูทิ้งห่าง 2-0 จากจังหวะเอแดร์สันที่ออกไปตัดบอลพลาด ไปให้ อิสไมลี่ จับบอลลงแปรเท้าเบาๆเข้าตาข่ายไป จบครึ่งแรก เจ้าบ้านได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 สำหรับ ซัคตาร์ มาต่อในครึ่งหลัง แมนซิตี้ ไม่อาจทำประตูตีไข่แตกได้จนในนาทีที่ 70 ได้เปลี่ยนตัวอเกวโร่ลงสนามไปแทนแฟร์นานดินโญ่หวังเอาประตูทวงคืนให้ได้ จากความพยายามของทีมเยือนที่จะขอตีไข่แตกซักลูกจนนาทีที่ 90+1 เรือใบก็สามารถตีไข่แตกได้สำเร็จจากการทำฟาวล์ในกรอบเป็นจุดโทษของ เชซุส ไม่พลาดที่จะสังหารกดขวาเข้าประตูตุงตาข่าย จบเกมการแข่งขัน ชัคตาร์ เอาชนะไป 2-1 เป็นความพ่ายแพ้เกมแรกในฤดูกาลนี้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งผลชัคตาร์เข้ารอบตาม "เรือใบ" ไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

อ่านต่อ

เฮท้ายเกม ราชัน เปิดบ้าน เบียด เสือเหลือง 2-1

ราชันชุดขาว หอบหืด เบียดเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ช่วงท้ายเกม จากประตูชัยของ ลูคัส บาซเกซ ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก นัดสุดท้าย กลุ่มเอช คู่ระหว่าง เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังจากบุนเดสลีกา เยอรมัน เริ่มเกมขึ้นมาเจ้าบ้านบุกได้มากกว่าผู้มาเยือน และมาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ดเพียงเข้าสู่นาทีที่ 8 ของเกมเท่านั้น จากการทำเกมของ คริสเตียโน โรนัลโด ส่งบอลมาให้ อิสโก้ ก่อนจะจ่ายเข้ากรอบเขตโทษให้ บอร์ฆา มาโยราล ยิงเข้าไป อย่างสวยงาม มาดริดออกนำก่อน 1-0 อีกเพียงแค่ 4 นาทีต่อมา เจ้าบ้านก็ยังเดินเกมรุกจนมาได้ประตูที่ 2 ในนาที่ 12 จากการขึ้นเกมของนาโช่ เฟร์นานเดซ เปิดจากสุดเส้นมาให้ มัตเตโอ โควาซิซ ก่อนจะไหลให้ คริสเตียโน โรนัลโด ปั่นโค้งเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าบ้านออกนำห่าง 2-0 ท้ายครึ่งแรก ทีมเยือนมีฮึดไล่ตีตื้นขึ้นมาจากการเติมเกมของ มาร์เซล ชเมลเซอร์ ขึ้นมาโยนบอลมาเข้าทาง ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง วิ่งหนีตัวประกบมาโหม่ง เข้าเสาไกล ดอร์ทมุนด์ตามมาที่ 2-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลังเริ่มเกมขึ้นมา ทีมเยือนมาฮึดตีเสมอสำเร็จในนาทีที่ 49 เมื่อ ชินจิ คางาวะจ่ายบอลทะลุช่องให้ โอบามียอง ชนะกับดักล้ำหน้าหลุดเดี่ยว เข้าไป ชิพผ่านมือ เครอล นาบาส เข้าไปอย่างสวยงาม ตามตีเสมอสำเร็จ 2-2 เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้มกัน แต่ทางเจ้าบ้านมาได้ประตูชัย เมื่อเตโอ เอร์นันเดซ ได้โหม่งในกรอบเขตโทษมาให้ ลูคัส บาซเกซ ยิงเข้าไปไม่เหลือซาก จบเกม รีล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ไปได้ 3-2 เข้ารอบเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มต่อไป...

อ่านต่อ
123