games-cards

SBOBET แทงบอลออนไลน์

Sette e Mezzo

Card Sette e Mezzo เซตเต้ อี เมซโซ่ สำหรับเกมนี้ เราคงต้องเรียกชื่อง่าย ๆ ว่าเกม “ไพ่เจ็ดครึ่ง” เชื่อว่าชื่อนี้น่าจะเป็นที่จดจำและช่วยให้ผู้เล่นใหม่ได้เข้าใจในเกมเล่นนี้เพิ่มขึ้นอีกสักนิดก็ยังดี สำหรับ 7.5 (เจ็ดครึ่ง) ในเกมนี้ ก็คือจำนวนแต้มที่สูงสุดในเกม โดยเกมนี้จะทำการแจกไพ่เพียงแค่สองใบ แต่เกมนี้สามารถเรียกไพ่เพิ่มได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่ต้องระวังอย่าให้แต้มไพ่เกิน 7.5 ไม่อย่างนั้นจะถือว่าแพ้ทันที กติกาเบื้องต้น ในช่วงต้นที่ได้พูดถึงเกมนี้ คนที่เคยเล่นไพ่แบล็คแจ็คมาคงจะเข้าใจคร่าว ๆ แล้ว แต่เกมนี้มันจะมีจุดที่ต่างจากแบล็คแจ็คอยู่ ซึ่งหลัก ๆ แล้วก็จะมี 2 จุด คือ อย่างแรกคือเกมนี้จะไม่มีไพ่ 8 9 และ 10 ไพ่อยู่ในเกม และอีกจุดหนึ่งก็คือเกมนี้ ไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 0.5 แต้ม สำหรับผู้ชนะในเกมนี้ คือผู้ที่ทำแต้มได้ 7.5 หรือใกล้เคียงที่สุด แต่ต้องไม่มากไปกว่านี้ หากเกินจะถือว่าแพ้ทันที โดยในการเล่นนี้จะแจกไพ่ให้กับผู้เล่นก่อน 1 ใบ ซึ่งทางฝั่งผู้เล่นสามารถเลือกเล่นได้มากสุดคือ 3 มือ และแจกไพ่ดีลเลอร์อีก 1 ใบเป็นคนสุดท้าย ทุก ๆ เกม ผู้เล่นจะเป็นฝ่ายได้เริ่มเกมก่อน โดยจะเล่นทีละหนึ่งมือ ซึ่งผู้เล่นสามารถเรียกไพ่เพิ่มได้ไม่จำกัด แต่ถ้าแต้มเกิน 7.5 ก็จบเลย และจะเริ่มเล่นไพ่ในมืออื่นก็ต่อเมื่อมือที่กำลังเล่นอยู่ได้คลิก Stand ไม่เรียกไพ่เพิ่ม หรือไพ่ในมือนั้นแพ้เกมนั้นไปแล้ว ถึงจะเล่นไพ่มือต่อไปได้ ส่วนดีลเลอร์จะได้เป็นคนเริ่มเล่นคนสุดท้าย แต่ถ้าผู้เล่นเรียกไพ่แล้วแต้มเกิน 7.5 จนแพ้ไปก่อน ดีลเลอร์ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกไพ่ และเป็นฝ่ายชนะเกมนั้นไปเลย หรืออีกกรณีคือ ดีลเลอร์ได้ไพ่แต้มเท่ากับผู้เล่น ก็ถือว่าเกมนั้นดีลเลอร์เป็นฝ่ายชนะ วิธีการเล่น - เริ่มจากเลือกชิปเงินที่จะลงเดิมพัน เมื่อเลือกได้แล้วให้คลิกซ้ายลงในวงกลมที่เขียนว่า Place Bet ซึ่งจะมีอยู่ 3 จุด คุณสามารถเลือกวางจุดเดียว เพื่อเล่นแค่ 1 มือ...

อ่านต่อ

Jacks or Better 100 Hand

Card Jacks or Better 100 Hand สำหรับเกมไพ่ Jacks or Better 100 Hand เกมนี้ ได้มีการนำเอารูปแบบการเล่นของไพ่โป๊กเกอร์เป็นส่วนหนึ่งในเกมนี้ด้วย แต่เกมนี้มันจะมีความพิเศษที่แตกต่างกับโป๊กเกอร์อยู่มาก เพราะการเล่นในแต่ละตา ผู้เล่นสามารถลุ้นไพ่ในเกมเดียวได้มากสูงสุดถึง 100 มือ และที่พิเศษไปกว่านั้น ก็คือได้มีการนำเอา Red or Black ที่เราคุ้นเคยจากรูเล็ตมาไว้ในเกมนี้ด้วย กติกาเบื้องต้น ปกติแล้วผู้คนก็พอจะรู้กันดีกว่าโป๊กเกอร์นั้น เป็นเกมไพ่ที่เล่นโดยใช้ไพ่มือละ 5 ใบ จากนั้นก็นำแต้มไพ่ในมือเราไปสู้กับไพ่ของผู้เล่นคนอื่น ๆ ส่วนการเล่นในเกม Jacks or Better 100 Hand จะใช้การแข่งกับตัวเองมากกว่า โดยจะดูว่าไพ่ทั้ง 5 ใบนั้น จะทำแต้มในรูปแบบใดตามกติกาในโป๊กเกอร์ได้บ้าง โดยจะมีรูปแบบดังนี้ - Royal Flush ชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกมนี้ คือไพ่ 10 J Q K A เรียงเป็นชุดและดอกเดียวกันทุกใบ - Straight Flush ไพ่แต้มอื่นที่เรียงกัน (5 6 7 8 9) และดอกไพ่เหมือนกันทุกใบ - Four of a kind ไพ่แต้มเดียวกัน 4 จาก 5 ใบ เช่น 3333K JJJJ8 เป็นต้น - Full House ไพ่ตองกับไพ่คู่ เช่น QQQ88 55522 เป็นต้น - Flush ไพ่ดอกเดียวกันทั้ง 5 ใบ โดยไม่จำเป็นต้องแต้มเรียงกัน - Straight ไพ่แต้มเรียงกัน 5 ใบ โดยไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน -...

อ่านต่อ

Red Dog

Card Red Dog เป็นชื่อที่แปลกหูมากสำหรับเกมไพ่ Red Dog มันเป็นเกมไพ่แบบไหนกัน ทำไมถึงชื่อแบบนี้ ความจริงแล้วเกมไพ่นี้ มีการเล่นอยู่ในคาสิโนบางแห่ง ที่ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งช่วงแรก ๆ มันถูกเรียกว่า In-Between นอกจากนั้นเกมนี้ก็มีชื่อเรียกหลายแบบ ทั้ง Ace-Deuce, Stitch, High-Card และ Yablon แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักและใช้กันทั่วไปก็คือ Red Dog กติกาในการเล่นเบื้องต้น ไพ่ Red Dog จะใช้กติกาในการเล่นคล้ายกับการทายผลแต้มไพ่สูงต่ำ โดยจะเริ่มจากเปิดไพ่ขึ้นมาก่อน 2 ใบแรก จากนั้นก็ให้ผู้เล่นลงเดิมพันว่า ไพ่ใบที่ 3 ที่กำลังจะจั่วเป็นไพ่ใบต่อไป จะมีแต้มอยู่ระหว่างไพ่สองใบก่อนหน้าหรือไม่ เช่น ไพ่สองใบแรกเปิดออกมาเป็น 2 กับ J หากไพ่ใบที่สามจั่วออกมาเป็นไพ่ตั้งแต่ 3-10 แต้ม ผู้เล่นเป็นฝ่ายชนะทันที การนับแต้มไพ่ในเกมนี้จะเริ่มที่จำนวนน้อยที่สุดคือ 2 ไล่ไปจนถึง 10 ตัวเลขส่วนนี้จะนับแต้มตามหน้าไพ่ แต่จะมีไพ่ที่นับแต้มเป็นพิเศษคือไพ่ J = 11 ไพ่ Q = 12 ไพ่ K = 13 และไพ่ A = 14 หากไพ่ทั้งสองใบเปิดออกมาแต้มเท่ากัน (ก็คือไพ่คู่) หรือไพ่ห่างกันแค่ 1 แต้ม แบบไม่มีช่องว่าง (เช่น ไพ่ 5 6 หรือ Q K) จะถือว่ายก ไม่มีการได้-เสีย คืนเงินให้แก่ผู้เล่น อัตราการจ่ายเงิน จ่ายในเกมนี้มีความต่างจากเกมไพ่ทั่วไป คือจำนวนที่จ่ายจะดูจากแต้มห่างของไพ่สองใบแรกก่อน ดูตามความน่าจะเป็น ยิ่งโอกาสเกิดขึ้นยาก ยิ่งจ่ายให้มาก ยกตัวอย่างเช่น ไพ่สองใบแรก K กับ 8 = ห่างกัน 4 หน่วย (นับจากไพ่ในช่องว่าง...

อ่านต่อ

Dragon Tiger

Card Dragon Tiger สำหรับเกมไพ่ Dragon Tiger หรือจะเรียกแบบไทยว่าเกมไพ่เสือมังกรก็ได้เช่นกัน ซึ่งนี่เป็นเกมไพ่ที่มีวิธีเล่นที่ง่ายที่สุด และความง่ายที่ว่านี้เองที่เป็นจุดเด่นสำคัญ มีผลต่อความนิยมของผู้เล่นอยู่ไม่น้อย เพราะว่าในเกมไพ่เสือมังกรนี้ จะใช้ไพ่ในการเล่นแค่ฝั่งละ 1 ใบ แล้วก็เปิดให้ลงเดิมพันกันว่าฝั่งเสือหรือมังกร ฝั่งไหนจะมีแต้มมากกว่ากันและเป็นผู้ชนะ หรือว่าผลจะออกมาเสมอกัน กติกาเบื้องต้น ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่แค่สองฝั่ง คือ ฝั่งมังกรกับฝั่งเสือ แจกไพ่ให้ฝั่งละหนึ่งใบ และในเกมนี้จะไม่มีการเรียกไพ่เพิ่ม แจกไพ่เสร็จแล้วก็เตรียมเปิดไพ่วัดกันได้เลยว่าฝั่งไหนคือผู้ชนะ จะเป็นเสือหรือว่ามังกร การดูว่าไพ่แต่ละใบมีค่าเท่ากับกี่แต้มนั้น ให้ดูแต้มได้จากหน้าไพ่ เริ่มตั้งแต่ไพ่ A เท่ากับ 1 แต้ม ต่อด้วย 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไพ่แต้มเหล่านี้มีค่าตามตัวเลขบนไพ่ใบนั้นเลย ส่วนไพ่ J จะมีแต้มเท่ากับ 11 ไพ่ Q เท่ากับ 12 และไพ่ K นั้นเท่ากับ 13 แต้ม หากเกิดเหตุการณ์ที่ไพ่ของทั้งสองฝั่งมีแต้มเท่ากัน จะไม่มีการนับดูจากไพ่ของฝั่งไหนดอกใหญ่กว่าเพื่อหาผู้ชนะ แต่จะนับเป็นผลเสมอ หรือ Tie Game ในเกมนั้นทันที ในเกมนี้ผู้เล่นสามารถเลือกแทงในรูปแบบอื่นได้ เช่นแทงว่าไพ่ฝั่งมังกร จะมีแต้มเป็นคู่ (Even) หรือแต้มคี่ (Odd) เลือกแทงได้ทั้งในฝั่งของมังกรและฝั่งเสือ อัตราจ่ายของการทายแต้มคู่คี่ คือ แทง 1 ได้ 1 ทั้งสองฝั่ง นอกจากนั้นยังสามารถแทงดอกไพ่ได้ด้วย โดยจะมีดอกไพ่อยู่ 4 แบบ คือ ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพธิ์ดำ และโพธิ์แดง ให้ได้เลือกลงเดิมพัน โดยมีอัตราจ่ายอยู่ที่แทง 1 ได้ 3 วิธีการเล่น - อย่างแรกเลยแนะนำให้เลือกชิปก่อน จะใช้ชิปเงินมูลค่าเท่าไรในการเล่นตานั้น โดยจะมีจำนวน 1 5 10 50...

อ่านต่อ

3 Faces Baccarat

Card 3 Faces Baccarat ในเกม 3 Faces Baccarat ก็จะเป็นเกมไพ่บาคาร่าอีกแบบ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากไพ่บาคาร่าแบบปกติ ซึ่งกติกาในการเล่นบาคาร่าทั่วไป ก็จะแจกไพ่ให้กับฝั่ง Player แล้วก็ฝั่ง Banker ฝั่งละ 2 ใบ ก่อน ถ้าแต้มน้อยค่อยเรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ แต่ในเกม 3 Faces Baccarat นี้ เริ่มเกมมาจะแจกไพ่ให้ฝั่งละ 3 ใบทันที โดยไม่มีการเปิดให้เรียกไพ่เพิ่มแต่อย่างใด กติกาในการเล่นเบื้องต้น ที่ต้องใช้คำว่า 3 Faces นำหน้าคำว่า Baccarat (บาคาร่า) ก็เพราะว่า 3 Faces ในเกมนี้ก็คือการที่แจกไพ่ออกมา 3 ใบ แล้วมีฝ่ายหนึ่งได้ไพ่ KQJ เป็นไพ่ในลักษณะนี้ทั้งสามใบ โดยจะเป็น JJQ QQK KKK แบบใดแบบหนึ่งก็ได้ และไพ่แบบนี้ถือเป็นไพ่ที่แต้มสูงที่สุดในเกม รองลงมาคือ 2 Faces + 9 ตัวอย่างไพ่ K+Q+9 Single Face Nine ตัวอย่าง ไพ่ K+6+3 (ก็คือมีไพ่ที่รวมแล้วได้ 9 แต้ม กับไพ่ KQJ ใบใดใบหนึ่งคุมอยู่ 1 ใบ) Plain Nine ไพ่ทั้งสามใบรวมกันแล้วได้ 9 แต้ม โดยไม่มีไพ่ KQJ คุม ส่วนไพ่แต้มอื่น ๆ ตั้งแต่ 8 7 6 5 ... 0 ไล่ลงมา ก็จะเรียงลำดับความสูงต่ำของไพ่ตามรูปแบบตัวอย่างของไพ่ 9 แต้ม คือ 2 Faces + 8...

อ่านต่อ