หงส์โหดจัด! ไล่ถล่ม เรือสิ้นท่า 3-0 ศึกยูซีแอลรอบแปดทีม


จมเรือใบ! “หงส์แดง’’ ลิเวอร์พูล ฟอร์มเทพ หลังเปิดบ้านไล่อัด ‘’เรือใบสีฟ้า’’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 โอกาสเข้าสู่รอบรองชนะเลิศสดใส ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี คู่แข่งร่วมลีก

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็นสามประสานในแนวรุกส่วนทีมเยือนใช้ดาบิด ซิลบา ลงคู่กับ เควิน เดอ บรอยน์ และ เลรอย ซาเน่ โดยให้ กาเบรียล เชซุส เป็นตัวจบสกอร์

เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที จากจังหวะสวนกลับของเจ้าบ้านก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะได้ซัดเต็มข้อ นายทวารทีมเยือนปัดออกมาเข้าทางของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่งหนึ่งจังหวะแล้วยิงซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1-0

ถัดจากนั้น 2 นาที เป็นจังหวะของทีมเยือนบ้างเมื่อ ดาบิด ซิลบา จ่ายทะลุช่องให้ เลรอย ซาเน่ หลุดเข้าไปซัดหลุดกรอบไปนิดเดียว

เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 21 เมื่อ อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เก็บบอลจากหน้ากรอบประตูก่อนจะส่องระยะไกลเต็มข้อเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าบ้านนำห่าง 2-0

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านได้เฮอีกครั้งจากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โยนเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นโขกจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 47 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่สี่จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบ้านให้ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้โอกาสขึ้นโขก แต่บอลหลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 71 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ โดมินิค โซลันเก้ จ่ายบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้ยิงจ่อ ๆ แต่บอลไปเข้ามือของ เอแดร์สัน นายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 75 ทีมเยือนโหมบุกและเกือบได้ปกระตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ กาเบรียล เฆซุส ได้ซัดหลุดออกหลังไปนิดเดียว

จบเกม ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปก่อน 3-0 ก่อนที่จะไปลุ้นกันต่อนัดสองที่บ้านของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า

“เสือใต้” เฮ! บุกทุบ เซบีย่า 2-1 ชนะก่อนในเกมแรก 8 ทีมชปล.


การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทำการบ้านมาดีบุกเก็บชัยนัดแรกชนะ เซบีย่า ถึงถิ่น 2-1 เก็บอเวย์โกลครองความได้เปรียบในเกมแรกไปก่อนเมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา

ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีม นัดแรก เซบีย่า เปิดสนาม ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน รับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิค ทีมแกร่งจากเยอรมัน วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เทรนเนอร์เซบีย่า ที่เพิ่งมีผลงานที่น่าตกใจหลังชนะ แมนเชสเตอร์

ยูไนเต็ด ในรอบ 16 ทีม มาแบบเฉียดตาย ในเกมนี้ ดาบิด โซเรีย จะได้ลงมาเฝ้าเสาเป็นตัวจริง ส่วนแนวหน้าเช่นเคย เบน เยดแดร์ พระเอกในการยิงประตูพาทีมชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด

ส่วนทางฝั่ง “เสือใต้” จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ได้ทำการบ้านมาดีวาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าสุดโหดลงล่าตาข่าย คู่กับ ฟร้องค์ ริเบรี่, โธมัส มุลเลอร์ สามทหารเสือของประจำทีม เสือใต้

เริ่มเกมการแข่งเพียงนาทีที่ 13 ทั้งสองทีมเกิดปากเสียงกันเล็กน้อยหลังเล่นแรงนอกเกมกันทำให้ ฟร้องค์ ริเบรี่ ซวยโดนใบเหลืองไป

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านครองความได้เปรียบจนมาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะ เบร์นาต วิ่งไม่ถึงบอล ซาราเบีย โฉบเข้ามาต่อหน้าต่อตาล็อกเข้าใน แล้วหวดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อพุ่งผ่านตัว อูไรช์ เสียบตาข่ายเข้าไป

ก่อนจบครึ่งแรกเพียงแค่ 8 นาทีทีมเยือนได้ประตูคืนเป็น 1-1 จากจังหวะกองหลังเจ้าบ้านเปิดไม่ดี ฟร้องค์ ริเบรี่ วิ่งมาแปซ้ายโดนเท้า นาบาส บอลเปลียนทางเข้าเสียบเสาแรกเข้าไป ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 68 บาเยิร์นออกนำ 2-1 จาก ริเบรี่ เปิดโด่งให้ ธิอาโก้ วิ่งมาโหม่แฉลบโดนกองหลังเจ้าบ้านเสียบเข้าตาข่ายไปแบบมีดวง

ก่อนจบเกมไม่นานนาทีที่ 81 ซานโดร รามิเรซ ตัวสำรองเจ้าบ้านหลุดเดี่ยวขึ้นมากดเต็มข้อแต่ สเวน อูไรช์ กระโดดเซฟให้ทีมได้ก่อน

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค คว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น เซบีย่า ได้แบบสนุก 2-1 ครองความได้เปรียบในเกมแรก หลังจากนั้นจึงกลับไปลุ้นกันต่อที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า ในวันที่ 11 เมษายน นี้

สเปอร์สช็อก! “ม้าลาย” บุกยิง 2-1 เขี่ยร่วงตกรอบคาเวมบลีย์


การแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง ทำเอาแฟนเจ้าบ้านหน้าหงอย หลัง “ม้าลาย” ยูเวนตุส บุกมายิงซ้ำถึงสองลูกเพียงเวลา 3 นาที ทำให้ “สเปอร์ส” พ่ายแพ้คาบ้านแบบเจ็บแสบ 1-2 ส่งผลให้ ยูเวนตุส รองแชมป์ปีที่แล้ว ลิ่วเข้ารอบ 8 ทีมแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยผลรวมสกอร์สองนัดเป็น 4-3

”ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ในนัดนี้เป็นเจ้าบ้านหลังนัดแรก พาทีมบุกไปเสมอ ยูเวนตุส 2-2 เกมนี้จึงเตรียมแผนแนวหน้ากะปิดเกมเร็วได้จับ แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง มิน, เดเล่ อัลลี่ และคริสเตียน เอริคเซ่น ลงมาปั้นเกมหน้าให้ทีม

ส่วมทีมเยือน “ม้าลาย” ยูเวนตุส ในนัดนี้จะชวดใช้งาน มาริโอ มานด์ซูคิช ที่ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังมี กอนซาโล่ อิกวาอิน และเปาโล ดีบาล่า ที่ฟิตทันกลับลงมาล่าตาข่ายให้ทีม

ในการแข่งขันเกมรุกเจ้าบ้านยังคงบุกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นาทีแรกจนมานาทีที่ 39 สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะ เอริคเซ่น จ่ายบอลทะลุช่องให้ อัลลี่ แต่ บาร์ซาญี่ กองหลังเจ้าบ้านก็วิ่งมาสกัด บอลกระเด็นออกเข้าทาง ทริปเปียร์ ล็อกเข้าเสาแรกเปิดขวาให้ ซน ฮึง มิน ยืนแปโล่ง ๆ เข้าไป เป็นประตูขึ้นนำของสเปอร์ส ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นานนาทีที่ 62 ทีมเยือนมาทวงประตูคืนเป็น 1-1 จากจังหวะ สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ เลี้ยงบอลทางริมเส้นฝั่งขวามาแล้วเปิดเข้าในให้ เคดิร่า โขกชงไปกลางประตูให้ อิกวาอิน วิ่งสอดขึ้นมาเท้าสกิดบอลเข้าสองไปแบบ อูโก้ โยริส ไม่ทันได้ขยับ

พักไม่ทันหายเหนื่อยทีมเยือนมาได้ลูกทิ้งห่างเป็น 2-1 ในนาทีที่ 66 เริ่มจากจังหวะกลางสนาม กอนซาโล่ อิกวาอิน พาบอลดึงตัวประกบแล้วจ่ายทะลุช่องให้ เปาโล ดีบาล่า ที่วิ่งสอดขึ้นมา หลุดเดี่ยวขึ้นเข้าไปซัดซ้ายแล้วส่งบอลพุ่งเข้าเสาสองอย่างเด็ดขาด

หลังจากนั้น สเปอร์ส พยายามบุกหนักแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับยูเว่ได้ จบเกม สเปอร์ส พ่ายให้กับ ยูเวนตุส 1-2 ส่งผลให้ยูเวนตุสผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 4-3 ตามลิเวอร์พูล เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เด เคอา เซฟมือแหก! ช่วย ผี บุกไปยันเสมอ เซบีย่า 0-0


ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ดาบิด เด เคอา เซฟมือเป็นระวิงในเกมนี้ ช่วยให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเจ๊า เซบีย่า 0-0 ทำให้ต้องไปลุ้นกันต่อในนัดที่สอง ณ สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เกมนี้ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือ เจ้าบ้านส่ง หลุยส์ มูเรียล ลงสนามคู่กับ ปาโบล ซาราเบีย และส่งฟรังโก้ วาซเกซ กับฮัวกิน กอร์เรอา ลงทำเกมแนวหน้า

ทางฝั่งทีมเยือน โชเซ่ มูรินโญ่ ยังคงส่งแข้งเกรดเอลงโดยมี โรเมลู ลูกากู, อเล็กซิส ซานเชซ และฆวน มาต้า ลงทำเกมแนวหน้า ส่วน ปอล ป็อกบา เพิ่งหายป่วยยังคงให้เป็นตัวสำรองก่อน

เริ่มเกมการแข่งขันเจ้าบ้านบุกทักทายก่อนในนาทีที่ 4 จากการยิงของ หลุยส์ มูเรียล ยิงไกลซ้อมประตู เด เคอา รับไว้ได้สบาย ๆ

นาที 17 ได้เลิกพระเอกทีมเยือนส่ง ปอล ป็อกบา ลงไปเล่นแทนเอร์เรร่า เนื่องจากอาการบาดเจ็บ

นาที 27 ทีมเยือนหวิดเสียประตูจากจังหวะ กอร์เรอา ล็อกป่วนหน้าประตูก่อนแหวกขึ้นมายิง เด เคอา ยังรับไว้ได้สบาย ๆ
นาที 38 “ปีศาจแดง” ขอโต้กับจากจังหวะที่ ไอ้หนู แม็คโทมิเนย์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายเต็มแรงแต่ รีโก้ กระโดดปัดบอลออกทัน

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถทำประตูได้ทำให้เสมอกับ เซบีย่าอยู่ 0-0

เริ่มเกมครึ่งหลังแมนฯยูไนเต็ดได้ลูกฟรีคิกในนาทีที่ 60 ลูกากู ตั้งลูกแล้วปั่น 25 หลา บอลไปติดกองหลังเจ้าบ้านพลาดไป

นาที 83 ลูกากู บุกขึ้นมายิงลูกแรกเข้าไปแต่น่าเสียดาย ผู้ตัดสินเห็นว่า ลูกากู ทำแฮนด์บอลก่อนทำให้พลาดลูกขึ้นนำอย่างน่าเสียดายสุด ๆ

เกมแข่งขันจบลง 90 นาที ไม่มีประตูใด ๆ เกิดขึ้น ทำให้แมนฯยูไนเต็ด บุกไปยันเสมอ เซบีย่า 0-0 ต้องไปลุ้นกันต่อในรอบที่สองสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในวันที่ 13 มีนาคมนี้

ยูเว่เสียท่า! นำก่อนสองเม็ดแต่โดน สเปอร์ส ไล่ยิงเจ๊า 2-2


การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก “ม้าลาย” ยูเวนตุส พลาดท่าเต็ม ๆ ได้แค่เจ๊าในบ้าน หลังโดน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ไล่ตามหลังบุกยิงถึง 2 เม็ด ทั้งที่สกอร์เจ้าบ้านนำลิ่วมาถึง 2-0 แต่สุดท้ายก็ดันมาโดนยิงคืนเจ๊ากันไป 2-2

ในการแข่งขันเพียง 2 นาทีแรกเจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะ มิราเล็ม ปานิช เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษทีมเยือน กอนซาโล่ อิกวาอิน วิ่งหนีตัวประกบไปวอลเล่ย์ด้วยขวาแบบไม่จับ ส่งบอลพุ่งเข้าประตูอย่างสวยงาม

ถัดมาเพียง 8 นาที สกอร์ทิ้งห่างเป็น 2-0 เบน เดวิส แบ็คซ้ายสเปอร์สไปทำฟาล์ว เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ กลายเป็นจุดโทษของเจ้าบ้าน และ กอนซาโล่ อิกวาอิน รับหน้าที่สังหารซัดด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ

เกมยังคงดำเนินมาเรื่อย ๆ จนนาทีที่ 35 ทีมเยือนพยายามมาทวงคืนประตูจนได้ตีตื้นมาเป็น 2-1 จาก อัลลี่ จ่ายให้ เคน หลุดเดี่ยวขึ้นมาก่อนสับหลอก บุฟฟ่อน แล้วยิงด้วยซ้ายเข้าเสาแรกไปไม่พลาด

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ยูเวนตุส ได้จุดโทษอีกครั้งเมื่อ แซร์จ ออริเยร์ ไปเสียบ ดั๊กกลาส คอสต้า ล้มลงในเขตโทษ กอนซาโล่ อิกวาอิน คนเดิมรับหน้าที่สังหาร แต่คราวนี้ซัดไปชนคาน พลาดโอกาสได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรกเจ้าบ้าน ยูเวนตุส ยังคงหนือกว่า นำ สเปอร์ส อยู่ 2-1

เริ่มเกมครึ่งหลังเจ้าบ้านพลาดประตูทิ้งห่างลูกที่สามจาก แบร์นาร์เดสคี่ ซัดเต็มข้อ โยริส เซฟออกหลังได้

เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้งจากลูกเตะมุม ปานิช เปิดมุมเข้ามา อิกวาอิน กระโดดโหม่งตรง ๆ แต่ โยริส รับได้เต็มมือพอดีเลย

นาทีที่ 72 ทีมเยือนได้ประตูเจ๊าเป็น 2-2 จากจังหวะ เดเล่ อัลลี่ ถูกทำฟาวล์ระยะ 20 หลา คริสเตียน อีริคเซ่น ซัดฟรีคิกผ่านกำแพงและผ่านมือ บุฟฟ่อน เข้าไปแบบช็อคแฟนบอลเจ้าถิ่น

จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่เสมอกับ สเปอร์ส 2-2 ต้องไปลุ้นกันต่อที่ เวมบลี่ย์ ในเกมที่ 2 วันที่ 7 มีนาคม นี้