‘มิลาน’ เฉือนหวิว ลูโดโกเรตส์ 1-0 ลิ่ว 16 ทีม ยูโรป้า ลีก


เป็นไปตามคาด! เอซี มิลาน เปิดบ้านเฉือน ลูโดโกเรตส์ 1-0 จากประตูชัยของ ฟาบิโอ บอรินี่ พา “ปีศาจแดงดำ” เข้าสู่รอบ 16 ทีมฟุตบอลยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จ

ศึกฟุตบอลยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง คู่ระหว่าง เอซี มิลาน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ลูโดโกเรตส์ ทีมดังจาก บัลแกเรีย หลังจากที่นัดแรก เอซี มิลานไปชนะมาก่อน 3-0

นัดนี้เจ้าบ้านวาง ฟร้องค์ เคสซี่, มานูเอล โลคาเตลลี่, พาทริค ครูโตเน่ และอังเดร ซิลวา เป็นแนวรุกส่วนผู้มาเยือนฝากความหวังไว้ที่ มาร์เซลินโญ่ และ วันแดร์สัน รอเป็นทีเด็ดปิดบัญชี

เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 21 เป็นเจ้าถิ่นที่ได้เฮก่อนจากการทำเกมของ พาทริค คูโตรเน่ ก่อนจะเปิดจากฝั่งซ้ายไปที่เสาสองให้ ฟาบิโอ บอรินี่ วิ่งยิงจ่อ ๆ ไม่เหลือซาก เอซี มิลาน ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 25 เป็นจังหวะยิงของ พาทริค คูโตรเน่ แต่นายทวารทีมเยือนยังรับไว้ได้ ถัดมาอีกนาทีเป็นทาง วันเดอร์สัน แนวรุกทีมเยือนได้ยิงบ้าง แต่บอลไม่ผ่านมือ อันโตนิโอ ดอนนารุมม่า จากนั้นเจ้าบ้านพยายามบุกแต่ยังทำอะไรทีมเยือนเพิ่มไม่ได้ ก่อนจะจบครึ่งแรกที่สกอร์ 1-0

นาทีที่ 52 มิลานเกือบได้ลูกที่สองจากจังหวะการเปิดของ ฟาบิโอ บอรินี่ บอลมาเข้าทาง พาทริค คูโตรเน่ ได้ซัดโล่ง ๆ แต่ยิงโดนไม่เต็มเท้า บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 57 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ ซิซินโย่ จ่ายบอลให้ ยาคุบ สเวียร์คซอค ซัดเต็มข้อ แต่ อันโตนิโอ ดอนนารุมม่า ยังโชว์เซฟไว้ได้

จากนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เอซี มิลาน เปิดบ้านชนะ ลูโดโกเร็ตส์ ไป 1-0 รวมผลสองนัด เอซี มิลาน ผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยประตูรวม 4-0

กูนซือใหญ่ อาร์เซน่อล ดีใจสุดๆ หลังคุมทีมคว้าชัยเป็นนัดที่ 700


อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือใหญ่ของ อาร์เซน่อล ออกมากล่าวชมลูกทีมที่ตนได้คุมทีมชนะได้ 700 นัด แบบสบายๆ 6-0 เกมยูโรป้า ลีก วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมกันนั้นได้บอกว่านักเตะหลายคนได้ใช้โอกาสได้ดี และได้ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 กลุ่มเอช อีกด้วย

เวนเกอร์ ออกมาชม วิลเชียร์ ว่า “แจ็คกำลังไปได้สวย จากคืนนี้คุณเห็นเลยว่าเขาพร้อมแล้ว เขาสมบูรณ์ เลี้ยงบอลได้อย่างคล่องแคล่ว และเทคนิคเขาเยี่ยมยอดมาก ผมบอกได้เลยว่านานกว่า 70 นาทีเลยทีเขาคุมเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม ”

ซึ่งในขณะเดียวกัน ชัยชนะคืนนี้เป็นการคว้าชัยเกมที่ 700 ของ เวนเกอร์ กับทีม และกุนซือน้ำหอมดีใจสุดๆ ที่มันเกิดขึ้น “ผมเชื่อว่ามันเป็นสไตล์ และเป็นเกมที่เราเล่นอย่างมีคุณภาพและเทคนิค คุณอาจบอกว่าคู่แข่งไม่อยู่ระดับของทีมในพรีเมียร์ลีก ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่คุณต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราทำ ด้วยสปิริตน่าทึ่ง และเราปิดจ๊อบด้วยการเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม”

เกมนี้นักเตะตัวสำรองมีโอกาสหลายคนที่ได้ลงเล่น หนึ่งในนั้นคือ เดอบูชี่ ซึ่งฤดูกาลนี้เล่น 4 เกม เป็นเกมยูโรป้า ลีก ล้วนๆ โดย เวนเกอร์ กล่าวว่า “เขาก็เหมือนแจ็คคือเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นมานาน เขาเจ็บซ้ำหลายครั้ง แต่ตอนนี้เขาฟิต และพร้อมเล่น และคุณเห็นได้จากนักเตะทุกคนที่เล่นคืนนี้ จะบอกว่านี่เป็นทีมพรีเมียร์ลีกก็ได้ เพราะทุกคนมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก และพวกเขามีฝีเท้าที่คู่ควรกับพรีเมียร์ลีก”

“ปืนใหญ่” เปิดบ้านไล่ถล่ม บาเต บอริซอฟ ขาดลอย 6-0


การแข่งขันฟุตบอล ยูโรป้า ลีก กลุ่ม H เจ้าบ้าน อาร์เซน่อล เปิดบ้านถล่ม บาเต้ โบริซอฟ 6-0 ยิงแบบบ้าคลั่ง คว้าแชมป์กลุ่มเอช พร้อมกับเข้าน็อกเอาต์ไปครอง

อาร์เซน่อล ลงเล่นไป 5 นัดมี 10 คะแนนอยู่อันดับที่ 1 ของตารางโดยฟอร์มการเล่น 5 เกมหลังสุดนั้นทำผลงานได้ดีพอสมควรเก็บชัยชนะมาได้ถึง 3 เกมและแพ้ไป 2 เกมด้วยกัน ส่วนทางด้านทีมเยือน บาเต้ โบริซอฟ ลงเล่นไป 5 นัดมี 5 คะแนนอยู่อันดับที่ 4 ของตารางโดยฟอร์มการเล่น 5 เกมหลังสุดนั้นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บชัยชนะมาได้ 2 เกมและเสมอไปถึง 3 เกมด้วยกัน

การแข่งขันเริ่มขึ้นครึ่งแรกเริ่มแค่ 3 นาที อาร์เซน่อล เกือบมาเสียประกูก่อนมื่อ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โหม่งชงให้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ยิงด้วยซ้ายพุ่งชนเสาออกหลังไป

เจ้าบ้านมาบุกเอาประตูแรกในนาทีที่ 11 เมื่อ วัลค็อตต์ จะเอาบอลลงยิงแต่ ผู้เล่นทีมเยือนพุ่งขวาง บอลเด้งเข้าทาง มาติเยอ เดบูชี่ อัดด้วยขวาสุดแรง บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเด็ดขาด

นาทีที่ 37 อาร์เซนอล หนีห่าง 2-0 เวลเบค หลุดมาก่อนลากเข้ากลาง ลากเข้าเขตโทษก่อนโดนสไลด์จังหวะสุดท้าย แต่บอลเด้งมาเข้าทาง วัลค็อตต์ แต่งแล้วยิงอย่างใจเย็น

ยังไม่พอ นาที 43 เจ้าบ้านได้อีกลูก จากจังหวะ วิลเชียร์ บบอลจาก วัลค็อตต์ แล้วจ่ายให้ วิลเชียร์ ล็อกก่อนยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย

จบครึ่งแรกเจ้าบ้านนำลิ่ว 3-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 51 เจ้าบ้านได้ประตูเพิ่มเป็น 4-0 จาก วัลคอตต์ ปาดบอลเข้ากลางให้ ดนิส โปลยาคอฟ กองหลังบาเต้หวดสกัดแต่กลายเป็นส่งบอลเข้าประตูตัวเองดื้อๆ

ถัดมา นาที 62 ปืนโต ได้จุดโทษเมื่อ ธีโอ วัลคอตต์ โดนสกัดฟาลว์ก่อนที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กดหาย ประตูทิ้งห่าง 5-0

สุดท้ายเจ้าบ้านมาซัดลูกสุดท้ายในนาทีที่ 73 จากจังหวะ แจ๊ค วิลเชียร์ ถวายพานให้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี ปั่นด้วยขวาลอยซุกตาข่าย 6-0

จบเกม อาร์เซน่อล ชนะ บาเต้ โบริซอฟ ขาดลอยเละ 6-0

โดนแฟน แมนยู ล้อวนไป วัวชาวดัตช์ทำนายการแข่งแต่ดันผิดซะงั้น


ไซจ์ตเย แม่วัวชื่อดังของ เนเธอร์แลนด์ ทำนายผล ศึกยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศว่า อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม จะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ แมนยู พร้อมคว้าแชมป์ไปครอง

โดยการทำนายดังกล่าวเจ้าของ ได้เตรียมถังบรรจุอาหารทั้ง 2 ใบ ติดโลโก้คู่ชิงชนะเลิศ แล้วปล่อยแม่วัวซึ่งมีความแม่นยำสูง 85 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงทาย ปรากฏว่า แม่วัวเลือกกินภาชนะที่มีสัญลักษณ์ของ อาแจกซ์ ปรากฏอยู่

สำหรับ ไซจ์ตเย ฝากผลงานครั้งล่าสุดด้วยการทำนายแชมป์ เอเรดิวิซี ดัตช์ ลีก เกมปิดซีซัน 2016-17 ด้วยวิธีการเดียวกันระหว่าง เฟเยนูร์ด กับ อาแจกซ์ ซึ่งผลปรากฏว่ามันเลือกฝั่ง เฟเยนูร์ด ร็อตเทอร์ดัม ก่อนทีมดังกล่าวจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกรอบ 18 ปี รวมถึงทายผลเลือกตั้งของ เนเธอร์แลนด์ ที่มี 11 พรรค อย่างแม่นยำ คือ พรรค วีวีดี (VVD) และผลฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ระหว่าง เนเธอร์แลนด์ ที่เอาชนะ เม็กซิโก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ไม่รู้ป่านนี้เจ้าวัวนั้นจะเป็นอย่างไร? เมื่อพ่อโคบาลชาวดัตช์จับ “Sijtje” วัวของเขามาเสี่ยงทายผลก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาจะเริ่มขึ้น ซึ่งเจ้าวัวตัวดังกล่าวดันทายผิดเสียอย่างนั้น หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาแจ็กซ์ ไป 2-0 คว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก ไปครอง

เจ้า Sijtje มีสถิติอันสวยหรูด้วยการทำนายถูกถึง 85 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ก่อนที่ล่าสุดน้องวัวตัวนี้จะดันทายผลผิด เล่นเอาแฟนๆ แมนฯ ยูไนเต็ดล้อเลียนว่านี่อาจเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของเจ้า Sijtje

โดยแฟนแมนฯ ยูไนเต็ดต่างแห่ทวีตข้อความแซวน้องวัวนักเสี่ยงทายตัวนี้ ซึ่งบางคนบอกว่า “ฉันรู้จุดจบของเจ้าวัวตัวนี้เลยล่ะ” หรือ “ฉันได้กลิ่นสตูเนื้อจากเจ้าวัวตัวนี้เลยแห๊ะ” หรือ “เจ้าวัวตัวนี้จะกลายเป็นเบอร์เกอร์ในวันรุ่งขึ้น” เป็นต้น

ซึ่งพ่อหนุ่มโคบาลเจ้าของวัวตัวนี้ได้เขียนลงในสื่อโซเชี่ยลของเขาว่า “ผมมั่นใจว่าการนำวัวมาเสี่ยงทายผู้ชนะแบบนี้ ไม่ได้อยากหาทางพามันมาเป็นบาบีคิวเลิศรสในวันรุ่งขึ้นหรอกนะ”

มูรินโญ จ่อสร้างประวัติศาสตร์หากคว้าแชมป์ ยูโรปาลีก


การแข่งขันฟุตบอล ยูโรปาลีก 2016/17 เดินทางผ่านรอบรองชนะเลิศไปเป็นที่เรียบร้อยโดย เต็ง 1 “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โชเซ มูรินโญ ยังฝ่าด่านเข้ารอบมาได้ แต่ต้องบอกว่าหืดจับทีเดียว หลังเปิดบ้านเสมอกับ เซลตา บีโก 1-1 แต่สกอร์รวมสองนัดเอาชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์

“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้ที่จะสร้างประวัติศาสตร์สโมสร คว้าแชมป์ ยูโรปาลีก เป็นหนแรกหลังผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม

โชเซ มูรินโญ กุนซือชาวโปรตุเกสของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือคนแรกที่ทำทีมคว้าแชมป์บอลยุโรปทั้ง ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่าคัพ และ ยูโรปาลีกคัพ ที่เปลี่ยนชื่อมาจากยูฟ่าคัพนั่นเอง

ก่อนหน้านี้ มูรินโญ เคยพา ปอร์โต ม้ามืดจากโปรตุเกสคว้ายูฟ่าคัพในปี 2003 และแชมเปียนส์ลีกในปี 2004 รวมถึงพา “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งลีกอิตาลี เถลิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี 2010 มาแล้ว
แต่ทว่ายังไม่เคยมีกุนซือคนไหนเลยที่พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่าคัพ รวมถึงยูโรปาลีกที่เปลี่ยนชื่อมาจากยูฟ่าคัพ

โดย “ผีแดง” จะเข้าไปชิงชนะเลิศกับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม อดีตแชมป์รายการนี้ปี 1992 ที่สนามเฟรนด์ส อารีนา ในเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน วันที่ 24 พฤษภาคม และหากผีแดงคว้าแชมป์ได้ก็จะเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ด้วย

และในฤดูกาลนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะสร้างประวัติศาสร์ให้กับตัวเองเป็นกุนซือคนแรกที่คว้าแชมป์บอลถ้วยยุโรปได้ทั้งหมด พร้อมกับพาทีม “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยูโรปาลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

อันดับในพรีเมียร์ลีกของผีแดงจบลงด้วยอันดับที่ 6 แต่ถึงอย่างไรบอลถ้วยพวกเขาคว้าแชมป์ลีกคัพ และกำลังที่จะคว้าแชมป์ยูโรปาลีกหากพวกเขาเอาชนะ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมแกร่งจากเนเธอร์แลนด์ได้ในวันพรุ่งนี้ โดยนัดชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นที่สนาม เฟรนด์ส อารีนา ในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เวลา 01.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย

“มันเป็นถ้วยที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เคยได้มาก่อนเลย” มูรินโญ กล่าว “และตอนนี้มันก็ใกล้ครบแล้วสำหรับการกลายเป็นสโมสรซึ่งคว้าทุกรายการที่มีในโลกฟุตบอล”

“ผมว่านี่จะเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ และแน่นอนว่ามันจะนำพา ยูไนเต็ด กลับไปสู่ แชมเปียนลีก ด้วย”

“แต่การที่ เซลตา สามารถผ่านเข้ามาสู่รอบรองชนะเลิศก็น่าจะบอกอะไรคุณได้ทั้งหมดแล้ว”

“พวกเขามีสมดุลที่ดีเนื่องจากสถานการณ์แบบสบายๆ ใน ลาลีกา จนสามารถมาคิดถึงแค่ ยูโรป้า ลีก ได้อย่างเดียว ดังนั้นเกมนี้มันจึงจะยากสำหรับเรา”

“หากมันก็ชัดเจนมากๆ ว่าเรามาที่นี่เพื่อคว้าชัยชนะเพราะไม่มีใครมาถึงรอบรองชนะเลิศได้แล้วไม่อยากเข้าชิงหรอก” น้ามูกล่าว