“อิเนียสต้า” ลาบาร์ซ่าแบบหมดห่วง หลังมี คูตี้ มาทดแทน


อันเดรส อิเนียสต้า

 

อันเดรส อิเนียสต้า กัปตันทีม บาร์เซโลน่า อำลาทีมแบบไร้กังวล เนื่องจากเล็งเห็นว่ารุ่นน้องในทีมอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มีศักยภาพที่สามารถทำหน้าที่แทนตนได้

 

อันเดรส อิเนียสต้า วัย 32 ปี ประกาศอำลา บาร์เซโลน่า หลังจบฤดูกาลนี้ และในแมตช์สุดท้ายของศึกลา ลีกา อิเนียสต้า ก็ลงสนามสวมเสื้อเลือดหมูของ “บาร์ซ่า” เป็นครั้งสุดท้ายช่วยทีมเอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 1-0 ซึ่งตลอด 22 ปีที่ผ่านมา เขาทำประตูได้ 57 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 674 เกม

 

อิเนียสต้า ระบุว่าตนไม่มีความกังวลใด ๆ เนื่องจากทีมมีนักเตะที่สามารถทำหน้าที่แทนตนได้ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เดนิส ซัวเรซ หรือ การ์เลส อเลน่า ดาวรุ่งเยาวชน

 

“ขอพูดก่อนเลย บาร์เซโลน่า ยังมี ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เดนิส ซัวเรซ รวมถึง การ์เลส อเลน่า ซึ่งเป็นนักเตะที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยม”

 

“จากศักยภาพที่นักเตะรุ่นน้องมี ทำให้การเดินออกไปจากที่นี่ของผมรู้สึกไม่มีห่วงอะไร คราวนี้ผมจะโฟกัสที่ฟุตบอลโลกเพียงอย่างเดียว” อิเนียสต้า ให้สัมภาษณ์กับเอล มุนโด้

ใกล้จบแล้ว! “ตราหมี” บุกพ่าย โซเซียดาด 0-3 ห่างบาร์ซ่า12แต้ม


ศึกลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2017-18 นัดที่ 33 “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ส่อแววหมดลุ้นแชมป์หลังบุกพ่ายเจ้าถิ่น เรอัล โซเซียดาด แบบเละคาที่ 0-3 ทำให้ แอต.มาดริด มีคะแนนห่างบาร์เซโลน่าถึง 12 คะแนน โอกาสคว้าแชมป์ลีกแทบจะหมดลงทันที เพราะเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 5 นัด

เกมลาลีกานัดที่ 33 วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา เรอัล โซเซียดาด เปิดสนามเอสตาดิโอ มูนิซิพัล เด อโนเอต้า พบกับ แอตเลติโก มาดริด ทีมรองจ่าฝูงในเวลานี้ เกมนี้เจ้าบ้านส่ง เกโรนิโม รูลลี ลงเฝ้าเสา ส่วน วิลเลี่ยน โชเซ่, อั๊ดนาน ยานาไซ, เซร์คิโอ กานาเลส และมิเกล โอยาซาบัล เป็น 4 ทหารเสือเตรียมลาตาข่าย

ฟากฝั่งของทีมเยือน แอตเลติโก มาดริด ส่ง แยน โอบลัค ลงเฝ้าเสา แนวรุก โกเก้ ประสานงานกับ อังเคล กอร์เรอา โดยมี อองตวน กรีซมันน์ และ กาแว็ง กาเมโร่ เป็นคู่กองหน้า

เริ่มเกมการแข่งขัน เพียงนาที 27 เจ้าบ้านมาได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะ อั๊ดนาน ยานาไซจ์ กระชากบอลเข้ากลางให้ วิลเลียน โชเซ่ กดขวาเต็มข้อบอลเรียดเข้าโคนเสาตุงตาข่าย เรอัล โซเซียดาด นำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มเกมครึ่งหลังนาทีที่ 67 ทีมเยือนหวิดได้ประตูตีเสมอจาก โกเก้ เปิดมุมสุดสวยให้ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้ กระโดดโขกเต็ม ๆ ถากเสาสองออกหลังไป

นาที 79 เจ้าบ้านมายิงประตูทิ้งห่างป็น 2-0 จาก วิลเลียน โชเซ่ แทงบอล ให้ ฆวนมี่ เข้าไปชิพบอลข้าม ยาน โอบลัค เข้าประตูไปอย่างสุดยอด

ก่อนจะเป่านกหวีดจบลงในนาทีที่ 90+2 เจ้าบ้านบุกยิงประตูย้ำชัยเป็น 3-0 จากจังหวะ อาซิเอร์ อิยาร์ราเมนดี้ ไหลเข้ากลางให้ อัลแบร์โต้ เด ลา เบลลา กระชากขึ้นมาก่อนเปิดให้ ฆวนมี ฆิมิเนซ โดดโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

จบเกมการแข่ง เรอัล โซเซียดาด เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ไปแบบขาดลอย 3-0 คว้า 3 คะแนน ขยับเพิ่มเป็น 43 คะแนน ส่งผลให้ขึ้นมารั้งอันดับที่ 11 ของตาราง ส่วนตราหมีมี 71 คะแนนตามเดิม โดยตอนนี้มีคะแนนตามจ่าฝูงบาร์เซโลน่า 12 คะแนน และเหลือเกมให้เล่นอีกเพียงแค่ 5 นัด

ฟอร์มกลับมาบู่! ชุดขาว เปิดบ้านไล่เจ๊า แอธ.บิลเบา 1-1


เกมการแข่งขัน ฟุตบอลลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2017-18 นัดที่ 33 “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ดวลกับ แอธเลติก บิลเบา เมื่อคืนวันพุธที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเกมนี้เจ้าบ้านเสียท่าหนักโดนยิงประตูตั้งแต่ 14 นาทีแรก จนใกล้จบเกมนาที 87 นาที คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พระเอกเจ้าเก่ามาทวงประตูคืนได้หวุดหวิดเป็น 1-1 ช่วยทีมรอดตายปฏิหาริย์

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเจ้าบ้าน ส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พระเอกของทีมลงเป็นตัวจริงโดยเล่นคู่กับ ลูคัส บาสเกซ, มาร์โก อเซนซิโอ และ คาริม เบนเซม่า ช่วยกันล่าตาข่าย

กูโก้ ซิกานด้า กุนซือทีมเยือน มาในระบบ 4-2-3-1 โดยส่ง อินญากี้ วิลเลียมส์ ลงตัวจริงล่าประตูคู่กับ อินญิเก้ เลกูเอ, ราอูล การ์เซีย และ อินญิโก้ กอร์โดบา

เริ่มเกมการแข่งขันมาได้แค่ 14 นาที เจ้าบ้านมาเสียประตูอย่างรวดเร็วเป็น 0-1 ทำเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นช็อกทั้งสนาม จากจังหวะ อินญิโก้ กอร์โดบ้า จ่ายบอลทะลุช่องให้ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ หลุดขึ้นหน้าเข้าไปชิพอย่างสวยผ่านตัว นาวาส เข้าไป เป็นประตูขึ้นนำของทีมเยือนบิลเบา และเป็นประตูเดียวในเกมครึ่งแรก

เริ่มครึ่งหลัง ราชันชุดขาว จากเสียประตูในครึ่งแรกก็โหมบุกอย่างหนัก จนมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 87 จากจังหวะ ลูก้า โมดริช ตะบันด้วยขวาแล้วลูกพุ่งไปถูก โรนัลโด้ บอลเปลี่ยนทางเข้าซุกก้นตาข่ายเข้าไป เป็น 1-1

จบเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม เรอัล มาดริด รอดตายหวุดหวิดในช่วงสุดท้าย แต่ก็ไม่สามารถยิงประตูแซงได้ สุดท้ายทำได้แค่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ แอธ.บิลเบา 1-1 โดยเรอัล มาดริดยังอยู่ที่ 3 ตามเดิมมี 68 คะแนน ส่วนแอธเลติก บิลเบาอยู่อันดับ 13 ของตารางมี 40 คะแนน

‘อิเนียสต้า’ ลั่น บาร์ซ่า แกร่งกว่า เรอัล มาดริด แม้ได้ ‘เนย์มาร์’ ร่วมทัพ


อันเดรส อิเนียสต้า เชื่อว่าการหวนกลับมาซบที่ บาร์เซโลน่า ของ เนย์มาร์ ไม่น่ามีความเป็นไปได้ และระบุว่าทีมของเขาจะยังคงแข็งแกร่งกว่า เรอัล มาดริด แม้ว่าหัวหอกบราซิล จะย้ายไปอยู่กับทีมคู่ปรับใน ลาลีกา ของพวกเขาก็ตาม

เนย์มาร์ กลายเป็นนักฟุตบอลที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกเมื่อเขาย้ายไปเข้าร่วมกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จาก บาร์ซ่า ที่ราคา 222 ล้านยูโรในเดือนสิงหาคม แต่ก็มีรายงานออกมาอยู่เรื่อย ๆ ว่าเขารู้สึกไม่พอใจกับชีวิตในฝรั่งเศสของเขา

เรอัล มาดริด ได้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีมของ เนย์มาร์ นับตั้งแต่เขาลาศึก ลาลีกา ด้วยการที่ คาเซมิโร่, ดานี่ การ์บาฆาล และ มาร์โก้ อเซนซิโอ้ ออกมาระบุว่าพร้อมที่จะอ้าแขนรับดาวเตะวัย 26 ปี มาร่วมทัพในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว

ความเป็นไปได้ในการกลับไปที่ บาร์เซโลน่า หลังจากผ่านไปเพียงฤดูกาลเดียวในลีกเอิง ของ เนย์มาร์ ยังคงได้รับการกระแสความสนใจอยู่เรื่อย ๆ แต่ อิเนียสต้า กลับไม่คิดว่านี่เป็นทางเลือกที่จะเกิดขึ้นได้จริง

“ผมพูดตรง ๆ นะ อนาคตของ เนย์มาร์ ไม่ใช่เรื่องที่ผมกำลังคิดอยู่” อิเนียสต้า กล่าวกับรายการทางสถานีวิทยุสเปน

“โดยปกติ เมื่อคุณออกจากที่ไหนสักแห่ง มันยากที่จะย้อนกลับไป”

“ด้วยเหตุนี้มันจะทำให้ผมประหลาดใจมากกว่าเดิม ถ้าเขากลับมาที่นี่แทนที่จะไปที่ทีมอื่น แต่เราจะเห็นกัน”

“ถ้าพวกเขาเซ็นสัญญากับเขา เรอัล มาดริด จะเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก”

“แต่เราก็ยังคงมีทีมที่ผมคิดว่าดีกว่า” อิเนียสต้า กล่าว

บาร์ซ่าสะดุด! ได้แค่เจ๊า ลาส ปัลมาส 1-1 ถูกหมีไล่เหลือ5แต้ม


การแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา 2017-18 ประจำสัปดาห์ที่ 26 คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า เค้นฟอร์มแจ่มไม่ออกบุกไปเสมอลาส ปัลมาส 1-1 เก็บเพิ่มได้แค่ 1 คะแนน แต้มทิ้งห่าง “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เพียง 5 คะแนนเท่านั้น

สำหรับเจ้าบ้าน ลาส ปัลมาส ในช่วงนี้ฟอร์มยังน่าเป็นห่วงเพราะ 5 เกมหลังสุดชนะ 1 แพ้ 2 เสมอ 2 ลงเล่นไปแล้ว 25 นัดมี 19 คะแนนอยู่อันดับที่ 18 ของตารางเหมือนเดิม ด้านทีมเยือน บาร์เซโลน่า ที่ลงเล่นไป 25 นัดเท่ากันแต่คะแนนมีมากถึง 65 คะแนนอยู่อันดับที่ 1 ของตาราง ส่วนผลงานช่วงหลังของทีมเยือนนั้น 5 เกมหลัง ชนะ 3 เสมอ 2 ไม่แพ้เลยสักนัดเดียว

ในการแข่งขันแน่นอนว่าทีมเยือนยังคงแนวรุกที่โหดกว่าบุกหวิดทำประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ 8 จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ เมสซี่ เปิดให้ ซัวเรซ ยิง แต่ยังไม่ผ่านมือนายด่านลาส ปัลมาส

นาทีที่ 21 ทีมเยือนยังคงบุกอย่างต่อเนื่องจนมาทิ้งสกอร์ห่างเป็น 1-0 จากโอกาสของ เมสซี่ ได้ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งเข้าสามเหลี่ยมเสาสองอย่างเหนือชั้น

ก่อนจบครึ่งแรก บาร์ซ่า นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังเพียงแว้บเดียวเจ้าบ้านมาทำประตูตีเสมอในนาทีที่ 47 จากการทำแฮนด์บอลของ ลูกาส์ ดีญ ที่โชคร้ายเพราะบอลชนเสาแล้วไปโดนแขน ผู้ตัดสินเป่าให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ โฆนาธาน กาเยรี่ รับกดด้วยขวาเน้น ๆ เสียบคานอย่างเด็ดขาด สกอร์ตามมาเป็น 1-1

นาทีที่ 62 ทีมเยือนชวดโอกาสทำประตูทอง จากจังหวะ หลุยส์ ซัวเรซ ได้บอลในกรอบเขตโทษกดขวารอบแรกติดนายด่านลาส ปัลมาส แล้วซ้ำอีกครั้งจังหวะสองบอลเหินออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นแม้บาร์ซ่าจะบุกยิงอย่างหนักก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นอีกจบเกม 90 นาที บาร์เซโลน่า บุกไปเจ๊า เจ้าบ้านลาส ปัลมาส ไปอย่างน่าผิดหวัง 1-1 เก็บเพิ่มอีกแค่เพียง 1 คะแนนเป็น 66 คะแนน จากการแข่งขัน 26 นัด