เก็บชัยนอกบ้าน !! คลาวาน ฟอร์มเดือดพาหงส์ชนะ เบิร์นลี่ย์2-1


ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฟอร์มดุเก็บชัยนอกบ้านสร้างสถิติใหม่ในยุคของ เยอร์เกน คลอปป์ บุกเฉือนเจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์ ไปแบบสุดมัน 2-1 นับเป็นชัยชนะนัดที่สามติดต่อกัน
เบิร์นลี่ย์ เปิดสนาม เทิร์ฟ มัวร์ แพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้าน 1-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่ 22 ของฤดูกาลคว้า 3 คะแนนทำแต้มทาบปีศาจแดง

เจ้าบ้านเบิร์นลีย์ส่ง นิค โป๊ป ลงเฝ้าเสา แล้วส่ง เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ เซนเตอร์แบ็กพ้นโทษแบน 3 นัดกลับมาลงสนาม
ส่วนลิเวอร์พูล ส่ง ซิมง มิโญเลต์ กลับมาเฝ้าเสาส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กับ จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม ลงตัวจริง

เริ่มเกมการแข่งขัน ครึ่งแรกยังไม่ค่อยมาจังหวะสวยๆให้ดูมากนักจนมา นาทีที่ 9 เจ้าถิ่นถือความเคยชินในบ้านบุกทักทางทีมเยือนจากจังหวะ สก๊อตต์ อาร์ฟิลด์ ส่งบอลให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ กดซ้ายอย่างสวยในเขตโทษออกหลังไป

จบครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้นทำให้ เบิร์นลี่ย์ เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0

ครึ่งหลัง นาที 60 ทีมเยือนมาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เปิดบอลให้ ซาดิโอ มาเน พลิกมายิงด้วยซ้ายวอลเล่ย์ในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย อย่างสวยงาม

นาทีที่ 88 เบิร์นลี่ย์ ขอบุกมาคืนประตูจาก ชาร์ลี เทย์เลอร์ เติมเกมขึ้นมา ให้ แซม โว๊คส์ โหม่งตั้งมาให้ โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน โหม่งจ่อๆมาตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1

เกมดูเหมือนจะจบลงที่ 1-1 แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น นาทีที่ 94 จากจังหวะ ฟรีคิก อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ให้ เดยัน ลอฟเรน โขกต่อบอลของ ให้ รักนาร์ คลาวาน โหม่งเผาขนหน้าประตูไม่เหลือซาก

จบเกมลิเวอร์พูลบุกมาเอาชนะเบิร์นลีย์ไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 44 เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

‘คล็อปป์’ รับไม่สนทีมเยือนฉลองแบบสบาย ๆ


เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล พูดสุมไฟแฟนผี หลังออกโรงพูดว่า ตนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่คู่แข่งฉลองความสำเร็จที่บุกมาชนะในถิ่นแอนฟิลด์ เพราะถือว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว หลังจากเมื่อไม่นานนี้มีข่าวลือถึงเหตุการณ์วุ่นวายหลังเกมดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มูรินโญ่ และเหล่าบรรดาลูกทีมของเขาทั้งหลาย ไม่พอใจและได้บุกเข้าที่ห้องแต่งตัวของ แมนฯ ซิตี้ บอกให้นักเตะ “เรือใบสีฟ้า” หรี่เสียงเพลงลงและฉลองให้เบา ๆ หน่อยจะได้ไหม หลังจากที่พวกเขาฉลองให้กับความสำเร็จในการบุกมาคว้าชัยชนะในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดกันอย่างสุดเหวี่ยง

ถึงตอนนี้ มูรินโญ่ กับ เอแดร์สัน เริ่มปะทะคารมกันและความวุ่นวายก็เกิดขึ้น มีการปาขวดน้ำและขวดนมกันอย่างชุลมุน จนทำให้เหตุการณ์เริ่มบานปลาย มิเกล อาร์เตต้า โค้ชทีมเยือน โชคร้ายถูกขว้างขวดน้ำใส่ใบหน้าซึ่งมีข่าวลือว่าเป็นฝีมือของ โรเมลู ลูกากู จนทำให้ตาเขียวซ้ำ

โดย คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ถูกสื่อถามถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งกุนซือชาวเยอรมันก็พูดถึงเรื่องนี้ว่า “ก่อนหน้านี้เราเคยได้ผลเสมอหนึ่งหรือสองครั้งในบ้าน แล้วผมก็ได้ยินเสียงเพลงดังสนั่นมาจากทีมคู่แข่ง ผมไม่เคยมีปัญหากับเรื่องนี้เลย คุณจะทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่คุณแสดงให้เห็นถึงความเคารพที่อยู่ในระดับเหมาะสมต่อคนอื่น”

‘หงส์’ นำก่อนสามลูก โดนเซบีย่า ไล่ตีเจ๊า 3-3


“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกไปนำเจ้าถิ่น เซบีย่า ก่อนถึง 3-0 ตั้งแต่ 30 นาทีแรกของเกม แต่ครึ่งหลังกลับถูก เซบีย่า เร่งเครื่องยิงสามประตูรวด ตีเสมอ 3-3 แบ่งแต้มได้สำเร็จ ต้องไปลุ้นเข้ารอบกันต่อ ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 เป็นการเจอกันของ เซบีย่า ตัวแทนจากลาลีกา สเปน เปิดรัง รามอน ซานเชซ ปิซฆวน ต้อนรับ ลิเวอร์พูล สโมสรจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เริ่มเกมมาได้ไม่ถึง 2 นาที ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะเตะมุมของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ไปที่เสาแรกให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม โหม่งต่อไปที่เสาสองให้กับ โรแบร์โต เฟอร์มิโน พุ่งเข้ายิงระยะเผาขนไม่เหลือซากลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0

เข้าสู่นาทีที่ 22 ลิเวอร์พูลขยับหนีออกไปเป็น 2-0 ฟิลิปเป คูตินโญ่ เตะมุมไปกลางประตูให้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ โหม่งเช็ดไปให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งเข้ามาโขกย้อนศรอย่างสวยงาม

เกมมาถึงนาที 30 กองเชียร์หงส์แดงก็ได้เฮอีกครั้ง เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ กระชากเข้ามาซัดด้วยขวา นายทวารเซบีญาปัดบอลกระดอนมาเข้าทาง โรแบร์โต เฟอร์มิโน่ ตามซ้ำโล่งๆ ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง 3-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเจ้าถิ่น โหมบุกอย่างหนักหวังทวงประตูคืนโดยเร็วที่สุด กระทั่งนาที 51 ก็ตีไข่แตกไล่มาเป็น 3-1 จากการเปิดลูกฟรีคิกของ เอแวร์ บาเนก้า มาให้กับ วิสซาม เบน เยดเดอร์ ขึ้นโฉบโหม่งที่เสาแรกเข้าไป

เกมเข้าสู่นาที 60 เซบีย่า ยิงประตูไล่มาเป็น 3-2 เมื่ออัลแบร์โต้ โมเรโน่ จับบอลลั่นแล้วโดนฉก ก่อนเจ้าตัวพยายามเข้าไปแย่งคืนแต่กลายเป็นไปขัดขาผู้เล่นเซบีย่า ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษในทันที และเป็น วิสซาม เบน เยดเดอร์ สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด

จากนั้นเซบีย่า โหมบุกอย่างหนักเพื่อทำประตูตีเสมอ ก่อนจะมาประสบความสำเร็จในช่วงทดเวลาเจ็บนาที 93 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย บอลตกลงกลางเขตโทษ และเป็น กีโด้ ปิซาร์โร่ จะซัดจ่อ ๆ เข้าไป ตีเสมอเป็น 3-3

จบเกม เซบีย่า เปิดบ้านเสมอกับ ลิเวอร์พูล ไปอย่างสุดมัน 3-3 ทำให้ในกลุ่มนี้ทั้ง ลิเวอร์พูล, เซบีย่า และ สปาร์ตัก มอสโก ต้องไปลุ้นตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์กันในเกมนัดสุดท้าย

‘ซาลาห์’ กระตุ้นเพื่อนรักษาฟอร์มเทพแบบนี้ไว้


โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วยกระตุ้นทีมให้ พยายามรักษาฟอร์มเก่ง หลังบุกถล่ม มาริบอร์ 7-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดที่สาม เมื่อวันอังคารที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกยำ มาริบอร์ 7-0 ซึ่ง ส่งผลให้ “หงส์แดง” ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม อี แล้ว อีกทั้งถือเป็นชัยชนะที่ขาดลอยสุดในเกมเยือนเวทียุโรปของสโมสรอีกด้วย ซึ่ง ซาลาห์ ก็หวังเห็นทีมเล่นได้ดีอีกครั้งในเกมเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคมนี้

“ผมคิดว่า มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมาก เราเล่นกันได้ดี ถือเป็นผลการแข่งขันที่สำคัญมากสำหรับเรา และเราก็ต้องทำแบบนี้ให้ได้ต่อไป วันนี้เราทำกันได้ดีจริง ๆ เรามีผลการแข่งขันที่ดี นี่แหละคือเรื่องสำคัญ ผมมีความสุขมาก ๆ ตอนนี้เราต้องพุ่งสมาธิไปที่การเก็บชัยใน พรีเมียร์ลีก และพยายามพัฒนาต่อไป สามหรือสี่เกมก่อนหน้านี้เราโชคร้าย แต่เราทุกคนต่างก็รู้สึกว่า ผลการแข่งขันที่ดีกำลังจะตามมา” สตาร์ทีมชาติอียิปต์วัย 25 ปี ที่ทำคนเดียวสองประตูในเกมล่าสุด กล่าว

หงส์ กุมขมับ คอนเฟิร์มเปาไล่เจิด 38 วิ คุมแดงเดือด


ลิเวอร์พูล ต้องกุมขมับตั้งแต่เกมยังไม่เริ่มเสียแล้ว หลังมีรายงานเปิดเผยว่า มาร์ติน แอตกินสัน ที่เคยควักใบแดงไล่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หลังลงสนามแค่ 38 วินาที จะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินหลักในศึก แดงเดือด ที่ หงส์แดง มีคิวเปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคมนี้

จากรายงานของ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อผู้ดี เมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ระบุว่า พรีเมียร์ลีก ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า มาร์ติน แอ็ตกินสัน ผู้ตัดสินคนดัง ได้รับเลือกให้ลงทำหน้าที่ตัดสินในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด “แดงเดือด” ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคมนี้

สถิติการลงเป่าแดงเดือดระหว่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย แอตกินสัน ยังไม่เข้าข้าง ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นัก หลังจาก 3 นัดที่ลงเป่ามา “ปีศาจแดง” เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลย
ครั้งสุดท้ายที่เขาเคยเป่าเกมแดงเดือด ย้อนกลับไปในปี 2015 ที่แอนฟิลด์ ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะไป 2-1 ซึ่งเขาควักใบแดงไล่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ออกจากสนามหลังจากที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาแค่ 38 วินาที

ในฤดูกาลนี้ แอตกินสัน ยังไม่มีโอกาสลงเป่าเกมของหงส์แดงเลย แต่เขาเคยลงเป่าเกมของปีศาจแดงนัดเปิดรังถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-0 ในเกมเปิดฤดูกาลมาแล้ว

ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด นั่งแท่นเป็นจ่าฝูงร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยมี 19 คะแนน จาก 7 นัด ขณะที่ ลิเวอร์พูล อยู่ในอันดับ 7 มี 12 คะแนน