โรนัลโด้ ซัดลูกโทษพาทีมเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ชปล


เรอัล มาดริด หวิดตกรอบหลัง ยูเวนตุส คว้าชัยถึงถิ่น 1-3 แต่ยังไม่พอให้ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยสกอร์รวม 4-3 เมื่อคืนวันพุธที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เป็นคิวที่ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่ง ลา ลีกา สเปน เปิดสนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่ง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลังจากที่นัดแรก เรอัล มาดริด คุมความได้เปรียบจากสกอร์ 3-0 ในถิ่นม้าลาย

เปิดเกมได้สองนาทีทีมเยือนก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ซามี เคดิรา ได้บอลจากฝั่งขวาก่อนเปิดบอลให้ มาริโอ มานด์ซูคิช โหม่งจอๆ เข้าไป

นาทีที่ 7 คอสต้า กระชากบอลเข้าหลังครอสระยะ 6 หลา แต่บอลไปโดน นาบาส พุ่งออกมาตัดบอลก่อนจะกระเด็นไปเข้าทาง อิกวาอิน ตามไปซ้ำแต่ติดบล็อก

โอกาสลุ้นของเจ้าบ้านในนาทีที่ 10 ลูก้า โมดริช ทำชิ่งกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนให้ แกเร็ธ เบล เลี้ยงบอลหนีแนวรับของทีมเยือนหลุดเข้าไปยิงแต่ จานลุยจิ บุฟฟอน ยังเซฟไว้ได้ บอลกลับมาทาง เบล อีกครั้ง เบล จึงหวดด้วยซ้ายแต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 14 โรนัลโด้ สับขาหลอกก่อนหวดด้วยขวาแต่ บุฟฟ่อน ก็รับไว้ได้ อีสโก้ ตามเข้าไปซ้ำแต่กกรมการเป่าเป็นล้ำหน้าก่อน

นาทีที่ 30 เจ้าบ้านก็ได้ลุ้นอีกหนในจังหวะที่ มาร์เชโล่ ที่วิ่งมาบอลเลย์ด้วยซ้ายแต่บอลลอยข้ามคานออกไป

ในนาที 33 จากจังหวะที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ไหลบอลให้ อิสโก้ หลุดเข้าไปดวลกับ จานลุยจิ บุฟฟอน แต่เจ้าตัวยิงไม่ดีติดเซฟของบุฟฟอนออกหลัง

จากนั้นสี่นาที ทัพม้าลายก็ได้ประตูขึ้นนำลูกที่ 2 เมื่อ สเตฟาน ลิชต์สไตเนอร์ เปิดบอลมาที่เสาสองให้ มาริโอ มานด์ซูคิช ได้โขกโล่งๆ ที่เสาสองเบียดเสาเข้าประตูไป สกอรืขึ้นเป็น 2-0

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจ้าถิ่นก็เกือบได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ โทนี โครส ยิงฟรีคิกให้ ราฟาเอล วาราน กระโดดโหม่งบอลโดยปลายนิ้ว บุฟฟ่อน ก่อนชนคานออกไป จบครึ่งแรก ยูเวนตุส เป็นฝ่านขึ้นนำ เรอัล มาดริด ไปก่อน 2-0

ครึ่งหลัง ซีเนดีน ซีดาน แก้เกมโดยการส่ง ลูกัส บาซเกซ และ มาร์โก อาเซนซิโอ แทน กาเซมีโร่ และ แกเร็ธ เบล

นาทีที่ 61 ดั๊กลาส คอสต้า โยนบอลจากฝั่งขวามาที่หน้าประตู แต่ กย์ลอร์ นาวาส นายด่านเรอัล มาดริด รับบอลหลุดมือ แบลส มาตุยดี้หวดด้วยซ้ายยิงเข้าประตูไป ยูเวนตุส ทิ้งห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 77 เรอัล มาดริด ก็ได้ลุ้นประตูตีไข่แตกอีกครั้ง เมื่อ อีสโก้ ยิงบอลไปแฉลบนักเตะ ม้าลาย หลุดกรอบไป

เรอัล มาดริด ได้จุดโทษในทดเวลาเจ็บ จังหวะที่ เมห์ดี้ เบนาเตีย วิ่งมากระแทก ลูคัส บาสเกซ ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกโทษ จานลุยจิ บุฟฟอน นายทวาร ยูเวนตุส ไม่พอใจจึงเข้าไปต่อว่าผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินให้ใบแดงไล่ออกสนามไป โดยยูเวนตุสส่ง วอสเชียค เชสนี ลงมาเฝ้าเสาแทน และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็รับหน้าที่สังหารลูกโทษเข้าประตูไป หมดเวลาสกอร์อยู่ที่ 1-3 ถึงแม้ว่า เรอัล มาดริดแพ้ให้กับยูเวนตุสไป 1-3 แต่ยังสามารถผ่านเข้ารอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จหลังเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3

แสบจริง! เบน อาร์กฟา ยั่วโมโหบอร์ดเปแอสเช


ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ปีกเปแอสเช แสดงพฤติกรรมสุดแสบยั่วโมโหบอร์ดบริหารและกุนซือของทีม หลังจากตัวเองไม่ได้ลงสนามครบ 1 ปีในถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งส์ ตามรายงานของฟร้องซ์ ฟุตบอล สื่อดังฝรั่งเศส

ก่อนหน้านี้ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ได้บอกกับสื่อแล้วว่าต้องการย้ายหนีออกจากทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เนื่องจากฤดูกาลนี้ไม่ได้ลงสนามเลยสักนัด เปรียบเทียบกับซีซั่นที่แล้วที่ได้เล่น 32 นัดรวมทุกรายการ แม้หลายนัดจะได้ลงเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่ก็ยังได้ลงสนาม

สาเหตุที่เบน อาร์กฟาไม่ได้ลงสนามเลย เป็นเพราะเขาก่อวีรกรรมแย่ ๆ ที่ไม่เคารพผู้คนในทีมหลายครั้ง ตั้งแต่เรื่องล้อเลียนสำเนียงภาษาฝรั่งเศสของกุนซืออูไน เอเมอรี่ แถมยังดูถูกดูแคลนว่าทีมจะไม่สามารถฝ่าด่านเรอัล มาดริด เข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกทั้งยังพาดพิงไปถึงประธานสโมสร นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ในเรื่องการเข้าถึงตัวได้ยาก

ล่าสุดสื่อฝรั่งเศสยังเผยอีกว่า เบน อาร์กฟา เตรียมนำเอาพิซซ่าไปให้เพื่อนร่วมทีมทานในห้องแต่งตัวอีกต่างหาก เป็นการแสดงออกถึงความต้องการปั่นป่วนทีม เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีที่เขาไม่ได้ลงสนาม ซึ่งการกระทำนี้มีโอกาสสูงที่เขาจะถูกสโมสรลงโทษทางวินัย

ฟาน กัล สนนั่งคุมบังเหียน ‘เปแอสเช’


หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ เผย มีใจอยากไปนั่งแท่นคุมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องยากเพราะการที่ต้องปรับในหลาย ๆ อย่างต้องมันอาจใช้เวลามาก โดยเฉพาะเรื่องภาษาฝรั่งเศสที่ตนไม่สามารถพูดได้

ในช่วงเวลานี้ อูไน เอเมรี่ ถูกสื่อหลายแห่งคาดการณ์ว่าจะไม่ได้อยู่คุม ปารีสฯ ต่อหลังจบฤดูกาลนี้หลังที่เขาพาทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ตั้งแต่นั้นก็มีข่าวคราวว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ต่างที่สนใจมากคุมทัพแทนกุนซือคนปัจจุบัน

“การได้คุม เปแอสเช เป็นเรื่องที่สุดยอด แต่ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ผมก็มีปัญหากับภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมันเป็นสิ่งที่จำเป็นกับชีวิตการเป็นโค้ช” ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์กับ บิลด์ สื่อดังจากเยอรมัน

หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือชื่อดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2014 ในฤดูกาล 2015-2016 ได้พาทีมซิวแชมป์ เอฟเอ คัพ 1 สมัย แต่หลังจากนั้นไม่นานบรรดาแฟน ๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่พอใจกับผลงานและสไตล์การเล่นของทีม ทำให้ ฟาน กัล ถูกบอร์ดบริหารปลดออกจากตำแหน่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2016

กุนซือชาวดัตช์ ในตอนนี้เจ้าตัวเผยว่าไม่มีงานไหนที่น่าสนใจ” ผมได้รับข้อเสนอทุกสัปดาห์นั่นแหละ แต่การที่เคยคุม อาแจ็กซ์, บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค, แมนฯ ยูไนเต็ด และทีมชาติฮอลแลนด์ มาแล้ว ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะหาข้อเสนออันไหนที่น่าสนใจได้”

ปารีสไร้พ่าย! เปิดรังอัด โอลิมปิก มาร์กเซย 3-0


ศึกฟุตบอล ลีก เอิง ฝรั่งเศส ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังคงโชว์ฟอร์มโหดในบ้านหลังเปิดบ้านอัด โอลิมปิก มาร์กเซย ไป 3-0 เก็บสามแต้มแบบชิว ๆ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา

ปารีส แซงต์แชร์กแมง ยังคงครองสถิติไร้พ่ายในบ้านมาตลอด 5 เกมหลัง สามารถกวาดชัยชนะไป 5 นัด ยิงกระจายไป 24 ลูก เสียไปเพียงแค่ 5 ประตูเท่านั้น ด้านทีมเยือน มาร์กเซย ในเกม 5 นัดหลัง ชนะไป 2 เกม แพ้ 3 ถือว่าไม่ดีเท่าไรนัก

เริ่มเกมการแข่งขันเพียง 10 นาที เจ้าบ้านยิงประตูแรกอย่างรวดเร็ว จากจังหวะ กองหลังทีมเยือนจับบอลพลาด คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้ วิ่งเข้าไปแย่งก่อนตะบันซ้ายบอลเสียบเข้าเสาแรกไปเป็น 1-0

ต่อมานาทีที่ 26 สกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะชิ่งของ ราบิโอต์ ส่งให้ คูร์กซาว่า แล้วเปิดกลับคืนให้ ราบิโอต์ กระชากเข้าในแปซ้ายต่อให้ เนย์มาร์ วิ่งมาชาร์จเสาสองแต่บอลดันไปโดน โรลันโด้ แนวรับมาร์กเซย บอลเปลี่ยนทิศทางเข้าประตูตัวเองไป

หลังจากนั้นเจ้าบ้าน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังคงสามารถครองบอลได้เหนือกว่า โอลิมปิก มาร์กเซย อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ครึ่งแรกนำอยู่ 2-0

เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 9 นาที เจ้าบ้านมาบวกลูกสามจากจังหวะ เนย์มาร์ กระชากบอลเข้าริมเส้นแล้วเปิดให้ คาวานี่ ม้วนตัวยิงเสียบเข้าเสาแรกไปอย่างจังเป็น 3-0

จบเกมการแข่ง 90 นาที เจ้าบ้านปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดบ้านกระหน่ำยิงทีมเยือน โอลิมปิก มาร์กเซย 3-0 เก็บ 3 แต้มรั้งจ่าฝูง ลีก เอิง แข่ง 27 นัด มี 71 คะแนน ส่วนทีมเยือนที่แข่งเท่ากันยังคงรั้งอันดับ 3 มี 55 คะแนน

ปารีส เปิดบ้านกระหน่ำ แก็งก็อง 4-2 ลิ่วเข้า16ทีมเฟร้นช์คัพ


การแข่งขัน เฟร้นช์ คัพ รอบ 32 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดบ้านถล่มแก็งก็อง ทีมอันดับ 9 ไปอย่างสบาย 4-2 ส่งผล ปารีส ได้ไปลุยเฟร้นช์ คัพ รอบ 16 ทีมต่อไป

การแข่งขันเริ่มขึ้นเพียง 20 นาที เจ้าบ้านมาฉวยโอกาสขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะ อังเคล ดิ มาเรีย เตะมุมเข้าเสาแรก อาเดรียง ราบิโอต์ โดดโหม่งอย่างคมเข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 25 เจ้าบ้านมาบวกประตูเพิ่มเป็น 2-0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะ อังเคล ดิ มาเรีย ซัดลูกฟรีคิกยิงเข้าในบอลโดนเท้า ลูก้าส์ โดซ์ สกัดผิดทางพุ่งเข้าประตูตัวเอง

ต่อมานาที 32 ทีมเยือนมาได้จุดโทษไล่ตามมาเป็น 1-2 เควิน ทรัพพ์ นายทวารเปแอสเชไปทำฟาล์ว เยนี่ เอ็นช์บาโกโต้ ในกรอบเขตโทษ จนหน้าทิ่มทำให้ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ และ มาร์กกุส ตูราม ก็ยิงตรง ๆ เข้าประตูไป

จบครึ่งแรกไป เจ้าบ้าน เปแอสเช ยังนำ แก็งก็อง อยู่ 2-1

นกหวีดดังขึ้นในครึ่งหลัง เจ้าบ้านมาได้มาซัดประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 จากจังหวะ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ปั่นบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าในให้ ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ โหม่งเช็ดบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

นาที 75 ทีมเยือนพยายามตีคืนแบบสุดความสามารถจนมาได้ประตูตามหลังเป็น 2-3 จากการทำฟาวของ โธมัส เมอนิเย่ร์ กองหลังเจ้าบ้านไปผลัก มาร์กกุส โกโก้ ล้มทั้งยืนทำให้กลายเป็นจุดโทษ เยนี่ เอ็นช์บาโกโต้ รับสังหารเข้าไปไม่เหลือ

เจ้าบ้านก็ขอมายิงย้ำชัยอีกครั้งจากจังหวะ ดิ มาเรีย เปิดมุมโค้งเข้าหัว มาร์กินญอส กระโดดโหม่งเข้าประตูไป เจ้าบ้านหนีเป็น 4-2

การแข่งขันจบลง แก็งก็อง ไม่อาจเค้นฟอร์มเฉียบที่จะทำประตูได้ทำให้เกมนี้ต้องแพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปถึง 2-4 ทำให้ เปแอสเช ผ่านเข้าไปเล่นเฟร้นช์ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป