เคนปิดท้าย! สเปอร์ส ไล่ทุบ วัตฟอร์ด 2-0 ยึดที่4


Tottenham Hotspur F.C. , Watford F.C. , Premier League

เก่งในบ้าน! “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง หลังเปิดบ้านไล่ต้อน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด ไป 2-0 ไล่จี้ ลิเวอร์พูล 1 คะแนน

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 35 ของฤดูกาล คู่ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด

นัดนี้เจ้าบ้านส่ง แฮร์รี่ เคน หน้าเป้า คริสเตียน เอริคเซ่น, เดเล่ อัลลี่ และซน ฮึง-มิน คอยปั้นเกม ส่วนทีมเยือนนัดนี้จัดทั้ง กีโก้ เฟเมเนีย, ริชาร์ลิสัน และอันเดร เกรย์

เริ่มเกมมาได้เพียง 16 นาที เจ้าถิ่นออกนำไปก่อนจากจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลจากด้านข้างเข้ามา โอเรสติส คาร์เนซิส นายทวารทีมเยือนรับบอลพลาดมาเข้าทาง คริสเตียน อีริคเซ่นเปิดให้ เดเล่ อัลลี่ ยิงเข้าไปง่าย ๆ เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 30 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะซัดไกลของ คริสเตียน อีริคเซ่น บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 ทีมเยือนเกือบตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ริชาร์ลิสัน ได้โอกาสยิงปั่นโค้งหน้าเขตโทษะเป็น ฮูโก ยอริส บินปัดออกไปได้ จบครึ่งแรกเจ้าบ้านออกนำ 1-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 48 เจ้าถิ่นมาได้ลูกที่สองจากจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดจากด้านข้างเข้ามาให้ แฮร์รี เคน แปง่าย ๆ เข้าไป เจ้าบ้านนำห่าง 2-0

นาทีที่ 68 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่สามจากจังหวะฟรีคิกของ คีแรน ทริปเปียร์ และเป็น แยน แฟร์ตองเก้น ขึ้นโขกคนเดียว แต่บอลชนเสาไปอย่างน่าเสียดาย

อีก 2 นาทีถัดมา ทรอย ดีนีย์ โขกบอลตั้งมาให้ ริชาร์ลิสัน ได้ซัดเต็มข้อ บอลข้ามคานออกไป อย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้

จบเกม สเปอร์ส เอาชนะ วัตฟอร์ด ไป 2-0 มี 71 คะแนนยังอยู่ที่ 4 ของตาราง ตามหลัง ลิเวอร์พูล 1 คะแนน

ผีเฮท้ายเกม! ‘เฟลไลนี่’ โขกชัยพาผีเปิดบ้านชนะ อาร์เซน่อล 2-1


การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดยอดเกมบิ๊กแมตช์นัดสุดท้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในฐานะกุนซือ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 6 ต้องบุกไปเยือนรองจ่าฝูง “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนโดน มารูยาน เฟลไลนี่ โขกประตูชัยในนาที 90+1 ให้เจ้าบ้านชนะ 2-1 เก็บสามคะแนน

ในเกมนี้เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เปิดบ้านต้อนรับ เวนเกอร์ อย่างอบอุ่นด้วยเสียงปรบมือ ซึ่งเกมนี้จะเป็นเกมสุดท้ายในการเจอกับคู่ปรับตลอดกาล หลังประกาศจะอำลาเก้าอี้ตอนจบซีซั่น

แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่นที่ขนชุดใหญ่ลงสนามหวังจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองจ่าฝูง ต่างกับ อาร์เซน่อล ส่งนักเตะดาวรุ่งลงสนามเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าพักตัวหลักไว้บู๊กับ แอตเลติโก มาดริด ในเกมยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้

ก่อนเริ่มเกมได้ไม่นาน อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ออกมามอบของที่ระลึก และโชเซ่ มูรินโญ่ ตามลงมาสมทบอีกคน ทำให้เสียงปรบมือของแฟนผีที่ดังก้องไปทั่วสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

เริ่มเกมการแข่ง เพียงนาทีที่ 16 แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะ ปอล ป็อกบา ไหลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู ชิบต่อให้ อเล็กซิส ซานเชซ ทิ้งตัวโหม่งแล้วบอลไปถูก เอ๊คเตอร์ เบเยริน วิ่งมาสกัดบอลชนเสา กระดอนกลับมาเข้าทาง ป็อกบา ยิงจ่อ ๆ เข้าไป พาทีมขึ้นนำก่อน 1-0

จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ อาร์เซน่อล 1-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 อาร์เซน่อล ก็มาตามตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่กองหลังเจ้าบ้านจ่ายบอลพลาด ชาก้า พาบอลขึ้นมาแล้วไหลต่อให้ มคิทาร์ยาน ซัดเรียดเสียบเสาสองเข้าไป ชนิดที่เดเคอาได้แต่ยืนมอง สกอร์เป็น 1-1

เกมก็ทำท่าว่าจะจบลงด้วยการเสมอ แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ลูกขึ้นนำเป็น 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีแรก จากจังหวะที่แอชลีย์ ยัง เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ เฟลไลนี่ สะบัดหัวโหม่ งบอลเข้าประตูอย่างสวยงาม

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซน่อล 2-1 คว้าอีกสามคะแนนทำให้มีเพิ่มเป็น 77 คะแนน หนี ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 เพิ่ม 5 คะแนน แต่ลงสนามน้อยกว่า 1 นัด

‘ซิเมโอเน่’ ยกย่องสปิริตลูกทีมในเกมบุกเสมอ อาร์เซน่อล


ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือคนเก่งของ แอตเลติโก มาดริด ยกย่องนักเตะที่อดทนเอาตัวรอดในเกมบุกเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 ทั้งที่เหลือ 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 10

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ทีม แอตเลติโก มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่เวที ลา ลีกา สเปน กล่าวยกย่องลูกทีมที่เล่นอย่างอดทนตลอดทั้งเกม แม้จะเหลือ 10 คน จนสามารถเอาเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่หนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

ทัพ “ตราหมี” ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 10 เมื่อ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามอย่างรวดเร็ว และตกเป็นฝ่ายตามหลังเมื่อ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ยิงประตูขึ้นนำให้ อาร์เซน่อล 1-0 นาทีที่ 61 แต่ทีมเยือนก็ไม่เลิกพยายามจนสามารถตีเสมอได้ในช่วง 8 นาทีสุดท้ายของเกมจาก อ็องตวน กรีซมันน์

ซิเมโอเน่ ระบุว่า “คำพูดที่เยี่ยมที่สุดในการบรรยายถึงสถานการณ์ในวันนี้ คือ การที่เราเอาตัวรอดจากเกมยูโรป้า ลีก ได้”

“ผมยังจำได้ดีเมื่อครั้งที่ไปเยือน บาร์เซโลน่า แล้ว ฟิลิเป้ ถูกไล่ออกทั้งที่เล่นได้ 13 นาที หรือ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ ตอร์เรส ถูกไล่ออก”

“ทีมของเราทำผลงานได้สุดยอดมานานหลายปี เมื่อเล่นในสนามแบบนี้ กับฟุตบอลเกมรุกอย่างที่ อาร์เซน่อล เล่น ทีมจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าแล้วสู้ไปทุกนาที นี่แหละคือสิ่งที่ดีงามในฟุตบอล”

“การมาเยือน อาร์เซน่อล เป็นเกมที่ยากแบบสุดหิน ซึ่งสนามแห่งนี้ก็สุดยอด พวกเขามีกุนซือชั้นเยี่ยมอยู่ที่ม้านั่งสำรอง และเราต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามอีก”

“ผู้เล่นของเราทำได้ดีมาก ๆ กับวิธีที่พวกเขาเล่น และทำให้พวกเขารู้สึกกดดันได้ อีกทั้งแฟนบอลของเราก็มอบพลังในด้านบวกมาเติมไฟในตัวเราด้วย”

อันเดร์ เอร์เรร่า เตรียมกลับทีมเก่าอีกครั้ง หากถูกปล่อยตัว


คิดถึงทีมเก่า! อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ชาวสเปนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกลับทีมเก่า หากต้นสังกัด พร้อมปล่อยตัวหลังจบฤดูกาลนี้

เอล มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อชื่อดังในสเปนเผย อันเดร์ เอร์เรร่า ยอดมิดฟิลด์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเก็บของกลับไปค้าแข้งในถิ่นเก่าอีกครั้ง หากจบฤดูกาลนี้ตัวเองถูกปล่อยออกจากทีม

มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนวัย 28 ปีรายนี้ ย้ายมาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัวสูงถึง 28 ล้านปอนด์ ก่อนหน้านี้ในยุคของผู้จัดการทีมอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล เจ้าตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไรจนมาถึงช่วงปีแรกของ โชเซ่ มูรินโญ่ เจ้าตัวจึงกลายเป็นนักเตะสำคัญของทีมเนื่องจากได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทีมคว้าตัว เนมันย่า มาติช และ ปอล ป็อกบา มาร่วมทีม เจ้าตัวจึงตกเป็นตัวสำรองมาโดยตลอด จนมีข่าวว่าเตรียมจะถูกขายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้

โดย อันเดร์ เอร์เรร่า เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงปีเดียวและต้นสังกัดเก่าอย่าง แอธเลติก บิลเบา กำลังติดตามสถานการณ์ของเจ้าตัวอยู่ โดยพร้อมเจรจาเพื่อคว้าตัวกลับไปร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้

สำหรับ อันเดร์ เอร์เรร่า เคยค้าแข้งอยู่กับแอธเลติก บิลเบา ทีมในสเปน 3 ฤดูกาล โดยการลงสนามไปทั้งสิ้น 128 นัดยิงไป 11 ประตู ก่อนที่จะย้ายมายังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยต้นสังกัดเก่าพร้อมจะจ่ายค่าเหนื่อยที่สูงถึง 100,000 ปอนด์/สัปดาห์ เพื่อโน้มน้าวให้นักเตะยอมย้ายกลับทีมเก่า

ยิงฉลองแชมป์! แมนฯ ซิตี้ ปูพรมถล่ม สวอนซี 5-0


ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแกร่งสมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านถล่ม สวอนซี ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฝั่งเจ้าบ้านยังคงจัดชุดใหญ่เต็มอัตราโดยส่งแนวรุกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เชซุส นำทัพ ส่วนทัพ “หงส์ขาว” ที่ลุ้นหนีโซนตกชั้นก็ส่ง จอร์แดนและอังเดร อายิว เป็นความหวังในแดนหน้า

เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที เจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง เตะบอลไปโดนกองหลังทีมเยือกระเด็นไปเข้าทาง ดาบิด ซิลบา หวดด้วยซ้ายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 16 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ ฟาเบียน เดลฟ์ ทำชิ่งกับ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนส่งเข้ากลางให้ สเตอร์ลิง แปจ่อ ๆ เข้าประตูไป

นาทีที่ 35 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ เดอ บรอยน์ เปิดบอลขึ้นมาเขตโทษให้ กาเบรียล เชซุส หวดด้วยขวาแต่ติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

จบครึ่งแรกเจ้าบ้านเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-0

ครึ่งหลังเจ้าบ้านได้ประตูทิ้งห่าง 3-0 นาทีที่ 54 เมื่อ ดานิโล ตัดบอลจากแข้ง สวอนซี ก่อนส่งบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ พลิกหาจังหวะซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยม

“หงส์ขาว” มีโอกาสได้ลุ้นประตูบ้าง กี ซึง-ยอง เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ อัลฟี่ มอว์สัน โหท่งบอลข้ามคานแบบเฉี่ยดฉิว

นาทีที่ 64 “เรือใบสีฟ้า” ได้จุดโทษจากจังหวะที่ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ สกัด ราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เชซุส รับหน้าที่สังหารบอลแต่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ปัดไปชนเสาเด้งมาเข้าทาง แบร์นาโด้ ซิลวา พุ่งมาซ้ำเข้าประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีเป็น 4-0

นาทีที่ 75 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยน ฟาเบียน เดลฟ์ ออกแล้วส่ง เบนฌาแม็ง เมนดี้ ที่เจ็บยาวจนหายจากการลงสนามนานเกือบ 8 เดือนได้ลงสนามอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนบอล

นาทีที่ 88 ยาย่า ตูเร่ ได้บอลในเขตโทษก่อนตัดบอลข้ามแนวรับให้ กาเบรียล เชซุส ที่คราวนี้ไม่พลาดโหม่งบอลตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 5 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมนี้

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ไป 5-0 เก็บ 3 คะแนนทำให้คะแนนเพิ่มเป็น 90 ส่วนทางด้าน สวอนซี ซิตี้ มี 33 คะแนน รั้งอันดับ 17 มีคะแนนนำหน้าโซนตกชั้นอยู่ 4 คะแนน