เซฟเวนเกอร์! ปืนใหญ่ บุกเชือด เอซี มิลาน 2-0 ยูโรป้า ลีก 16 ทีมสุดท้าย


ถ้วยนี้พี่เน้น! “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล คืนฟอร์มเก่ง บุกเชือด “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน คาถิ่น 2-0 ศึกยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก

ศึกยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก บิ๊กแมทช์ ระหว่าง เอซี มิลาน พบกับ อาร์เซนอล เจ้าบ้านฟอร์มกำลังดีต่อเนื่อง ส่วนผู้มาเยือน สถานการณ์ในลีกค่อนข้างย่ำแย่

นัดนี้เจ้าบ้านวาง พาทริค คูโตรเน่ ค้ำหน้าเป้า ซูโซ่ กับ ฮาคาน ชาลาโนลู เดินเกมรุกริมเส้น ส่วนผู้มาเยือนใช้ แดนนี่ เวลเบ็ค ล่าประตู เฮนริค มคิทาร์ยาน กับ เมซุต โอซิล คอยปั้นเกม

เริ่มได้เพียง 8 นาที ทีมเยือนได้ทักทายก่อนจากจังหวะการจ่ายของ แจ็ค วิลเชียร์ และเป็น เฮนริค มคิทาร์ยาน ล็อกหลบแนวรับก่อนซัดเต็มข้อด้วยเท้าขวา บอลเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 15 ทีมเยือนมาได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะเคลียร์บอลไม่ขาดของแนวรับเจ้าบ้านบอลมาเข้าทาง เฮนริค มคิทาร์ยาน ซัดเต็มข้อแสกหน้า ดอนนารุมม่า เข้าไปกลางประตู ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0

นาทีที่ 29 เจ้าบ้านพลาดโอกาสตีเสมอจากจังหวะการยิงของ จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า ที่ได้โอกาสซัดเต็มข้อ บอลเข้าข้างตาข่ายไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 42 ทีมเยือนเกือบได้ลูกที่สองจากจังหวะการเติมขึ้นมาของ คาลั่ม แชมเบอร์ส ได้ตะบันเต็มข้อ แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารเจ้าบ้านบิดปัดออกไปได้

ช่วงทดเวลาของครึ่งแรก ทีมเยือนมาได้ประตูที่สองจากจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องของ แจ็ค วิลเชียร์ และเป็น อารอน แรมซีย์ หลุดเข้าซัดให้ทีมเยือนนำห่าง 2-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 51 จากการเติมขึ้นมาของ ดาวิเด้ คาลาเบรีย ก่อนจะเปิดมาให้ จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า ซัดโล่งๆ บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 67 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะเก็บตกจากแถวสองและเป็น ริคาร์โด้ โรดริเกซ ได้ซัดเต็มข้อบอลข้ามคานไปนิดเดียว

เวลาที่เหลือเจ้าบ้านพยายามบุกอย่างหนักแต่ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม อาร์เซนอล บุกมาเอาชนะ เอซี มิลานได้ 2-0 กุมความได้เปรียบไว้ ก่อนจะไปเตะนัดที่สองกันในวันที่ 15 มีนาคม ที่ลอนดอน

‘มิลาน’ เฉือนหวิว ลูโดโกเรตส์ 1-0 ลิ่ว 16 ทีม ยูโรป้า ลีก


เป็นไปตามคาด! เอซี มิลาน เปิดบ้านเฉือน ลูโดโกเรตส์ 1-0 จากประตูชัยของ ฟาบิโอ บอรินี่ พา “ปีศาจแดงดำ” เข้าสู่รอบ 16 ทีมฟุตบอลยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จ

ศึกฟุตบอลยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง คู่ระหว่าง เอซี มิลาน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ลูโดโกเรตส์ ทีมดังจาก บัลแกเรีย หลังจากที่นัดแรก เอซี มิลานไปชนะมาก่อน 3-0

นัดนี้เจ้าบ้านวาง ฟร้องค์ เคสซี่, มานูเอล โลคาเตลลี่, พาทริค ครูโตเน่ และอังเดร ซิลวา เป็นแนวรุกส่วนผู้มาเยือนฝากความหวังไว้ที่ มาร์เซลินโญ่ และ วันแดร์สัน รอเป็นทีเด็ดปิดบัญชี

เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 21 เป็นเจ้าถิ่นที่ได้เฮก่อนจากการทำเกมของ พาทริค คูโตรเน่ ก่อนจะเปิดจากฝั่งซ้ายไปที่เสาสองให้ ฟาบิโอ บอรินี่ วิ่งยิงจ่อ ๆ ไม่เหลือซาก เอซี มิลาน ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 25 เป็นจังหวะยิงของ พาทริค คูโตรเน่ แต่นายทวารทีมเยือนยังรับไว้ได้ ถัดมาอีกนาทีเป็นทาง วันเดอร์สัน แนวรุกทีมเยือนได้ยิงบ้าง แต่บอลไม่ผ่านมือ อันโตนิโอ ดอนนารุมม่า จากนั้นเจ้าบ้านพยายามบุกแต่ยังทำอะไรทีมเยือนเพิ่มไม่ได้ ก่อนจะจบครึ่งแรกที่สกอร์ 1-0

นาทีที่ 52 มิลานเกือบได้ลูกที่สองจากจังหวะการเปิดของ ฟาบิโอ บอรินี่ บอลมาเข้าทาง พาทริค คูโตรเน่ ได้ซัดโล่ง ๆ แต่ยิงโดนไม่เต็มเท้า บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 57 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ ซิซินโย่ จ่ายบอลให้ ยาคุบ สเวียร์คซอค ซัดเต็มข้อ แต่ อันโตนิโอ ดอนนารุมม่า ยังโชว์เซฟไว้ได้

จากนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เอซี มิลาน เปิดบ้านชนะ ลูโดโกเร็ตส์ ไป 1-0 รวมผลสองนัด เอซี มิลาน ผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยประตูรวม 4-0

โลกต้องจดจำ! ‘เวอาห์’ ชนะเลือกตั้งผู้นำประเทศไลบีเรีย


จากรายงานข่าวเมื่อวันพุธที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา จอร์จ เวอาห์ อดีตดาวยิงชื่อดังของ เอซี มิลาน เจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ ปี1995 สร้างประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึก หลังจากชนะการเลือกตั้ง และผงาดขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนล่าสุดของประเทศไลบีเรีย

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนตุลาคม จอร์จ เวอาห์ มีคะแนนโหวตสูงสุดในการเลือกตั้งรอบแรก แต่คะแนนโหวตของเขาตอนนั้นยังไม่ถึง 50% ของจำนวนผู้โหวตทั้งหมด จึงต้องการเลือกตั้งรอบสองเกิดขึ้น และเขายังคงเป็นผู้ชนะเช่นเดิม ส่งผลให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศไลบีเรีย

อดีตแข้งวัย 51 ปีรายนี้ จะเข้ามานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีของไลบีเรียแทนที่ เอลเลน จอห์นสัน ที่เอาชนะเขาในการเลือกตั้งเมื่อปี 2005 ซึ่งตอนนั้นหลายฝ่ายมองว่าเขาแพ้เพราะยังขาดความรู้ในด้านนี้ อีกทั้งยังเขายังเคยได้รับรางวัล บัลลง ดอร์ เมื่อปี 1995 อีกทั้งเป็นนักเตะแห่งปีของ ฟีฟ่า ในปี 1996 และเข้าไปเล่นการเมืองมาอยู่พักหนึ่ง

“ด้วยความรู้สึกลึก ๆ ที่อยากขอบคุณชาวไลบีเรียที่ให้เกียรติฉันด้วยคะแนนเสียงของคุณในวันนี้ เป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่ # ไลบีเรีย # ไลบีเรีย2017” จอร์จ เวอาห์ อดีตยอดดาวยิงระดับตำนานของมิลาน ระบุข้อความผ่านทางทวิตเตอร์

อย่างไรก็ตาม เวอาห์ ยังเคยค้าแข้งให้กับหลายทีมดัง อย่างเช่นปารีส แซงต์-แชร์กแมง, อาแอส โมนาโก, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย เขายังคือผู้เล่นจากประวัติแอฟริกาเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ ส่วนผลงานในนามทีมชาตินั้นยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ลงเล่นให้กับ ไลบีเรีย 60 นัด ทำได้ทั้งหมด 22 ประตู อีกด้วย

วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เผยภูมิใจกับฟอร์มของนักเตะ แม่พ่ายงู


วินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือ มิลาน ระบุ ภูมิใจกับการเล่นของลูกทีมในเกมที่พ่าย อินเตอร์ 2-3 พร้อมชี้ ทุกอย่างกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เทรนเนอร์ เอซี มิลาน กล่าวว่าภูมิใจกับฟอร์มของลูกทีมแล้ว ถึงแม้พวกเขาจะแพ้ อินเตอร์ มิลาน 2-3 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองมิลาน ที่สนาม จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมาก็ตาม

หลังจาก อินเตอร์ ขึ้นนำไปก่อนด้วยผลงานของ เมาโร อีการ์ดี้ ในนาทีที่ 28 มิลาน ก็ตามตีเสมอได้จาก ซูโซ่ ในนาทีที่ 56 และแม้ว่า “เนรัซซูร์รี่” จะออกนำอีกหนจาก อีการ์ดี้ เจ้าเดิม ในนาทีที่ 63 แต่ “รอสโซเนรี่” ก็ไล่เจ๊าได้อีกจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ในนาทีที่ 81

เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยการเสมอกันแล้ว แต่ในนาทีที่ 90 อินเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษ โดยที่ อีการ์ดี้ รับหน้าที่สังหาร ซึ่งเขาก็ยิงเข้าไปจนกลายเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว และทำให้ มิลาน ยังมี 12 คะแนนเท่าเดิม จากการลงเล่น 8 นัด พร้อมอยู่ที่ 10 ของตารางคะแนน

“ในครึ่งหลังเราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม และผมก็ภูมิใจมากๆ เพราะเราเล่นด้วยจิตวิญญาณของ มิลาน เราเล่นได้ตามแบบที่ผมต้องการ มันน่าเสียดายที่เราไม่ได้แต้มติดมือจากเกมนี้ แต่องค์ประกอบที่สำคัญของเกมฟุตบอลของเรามันกำลังเป็นไปอย่างเหมาะสม และเราก็สามารถคาดหวังสิ่งดีๆ หลังจากนี้ได้ ผมได้เห็นแก้วที่เพิ่งมีน้ำแค่ครึ่งเดียว และความมั่งมุ่นที่จะสานต่อโปรเจกต์นี้ต่อไป” มอนเตลล่า ระบุ

มอนเตลล่าเก้าอี้สั่น! ‘มิลาน’ ย่ำแย่แพ้ โรม่า คาบ้าน 0-2


 

วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ดูท่าเก้าอี้จะร้อนเสียแล้วหลังล่าสุดเปิด ซาน ซิโร่ พ่ายคารังให้ “หมาป่ากรุงโรม” โรม่า 0-2 แถมท้ายเกมต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง ฮาคาน ชัลฮาโนกลู โดนไล่ออกจากสนาม ทำให้ “รอสโซเนรี่” แพ้เป็นเกมที่ 3 ของฤดูกาลและเป็นเกมที่สองติดต่อกัน ในเกมกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คู่บิ๊กแมตช์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เริ่มมา “หมาป่าเหลือง-แดง” มีโอกาสก่อน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เตะเปิดไม่ดีเข้าทาง เควิน สตรอทมัน สวนทันที บอลพุ่งหลุดเสาไปไม่มาก

ทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้ง นาทีที่ 20 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ โยนเข้าเขตโทษให้ ฟลอเรนซี่ ยิงด้วยขวาเบาไป ดอนนารุมม่า รับได้ที่เสาแรก

ท้ายครึ่งแรกเป็นทีของ โรม่า เมื่อ เปลเลกรินี่ สอดเข้าไปซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษตรงตัว ดอนนารุมม่า รับเอาไว้ได้ จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมเจ๊ากันไปก่อนแบบไร้สกอร์

เปิดฉากครึ่งหลัง ลูกทีมของ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ได้เสียว ริคาร์โด้ โรดริเกซ ครอสจากซ้ายไปเสาสองให้ ซิลวา ชาร์จออกหลังหวุดหวิด

นาทีที่ 61 พลพรรค “จัลโล่รอสซี่” เกือบได้เหมือนกัน เปลเลกรินี่ วางยาวให้ ฟลอเรนซี่ หลุดโล่งเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษติด ดอนนารุมม่า อย่างน่าเสียดาย

เป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูก่อนในนาทีที่ 72 จากจังหวะที่ เชโก้ สับไกด้วยขวาจากระยะประมาณ 20 หลา บอลแฉลบผ่านมือ ดอนนารุมม่า เข้าไป ขึ้นนำ 1-0

ถัดมา 5 นาที ลูกทีมของ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ มาบวกเพิ่มได้อีกเม็ด หนนี้ เชโก้ ซัดติดเซฟ ดอนนารุม่า ทว่ายังมี ฟลอเรนซี่ ปรี่ซ้ำไม่เหลือ หนีห่าง 2-0

สถานการณ์ของ “รอสโซเนรี่” ย่ำแย่ไปกันใหญ่ เมื่อต้องมาเหลือ 10 คนในนาทีที่ 80 หลัง ชาลาโนกลู ไปทำฟาวล์ รัดย่า นาอิงโกลัน ผู้ตัดสินชักใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีอะไรเพิ่มแล้ว จบเกม มิลาน จึงแพ้คารังต่อ โรม่า 0-2