บาร์ซ่า บุกหนักคว้าชัยเหนือ เอสปันญ่อล 2-0 ผ่านเข้ารอบ โกปา เดล เรย์


เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า หลังจากในนัดที่แล้วที่บุกไปพ่ายให้กับ เอสปันญ่อล มา 0-1 ในเกมนี้ บัลเบร์เด้ ไม่ประมาทจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามในถิ่นของตัวเองและก็ได้ทำสำเร็จอย่างที่คาดไว้ด้วยการเอาชนะ เอสปันญ่อล ไป 2-0 จึงส่งผลให้สกอร์รวมสองนัด บาร์ซ่าชนะไป 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึกโกปา เดล เรย์ สเปน รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 ม.ค.

เกมครึ่งแรกเริ่มมา 9 นาทีที่เจ้าถิ่น บาร์ซ่า ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ เมสซี่ ตัดบอลจากกลางสนามแลกระชากขึ้นมาทางกราบขวาก่อนจะแทงทะลุช่องไปให้กับ บิดัล เลี้ยงจนถึงเส้นหลังแล้วเปิดตัดเข้ากลางมาให้กับ ซัวเรซ พุ่งตัวโหม่งเต็มหัวเข้า

มาถึงนาทีที่ 24 เจ้าบุญทุ่ม ขยับหนีห่างออกไปเป็น 2-0 เมื่อ เมสซี่ หลุดขึ้นไปทางกราบขวาแล้วพยายามล็อคหลบตัวประกบแต่โดนสกัดไว้ได้ แต่ดวงยังดีที่แนวรับทีมเยือนสกัดบอลไม่ขาด ทำให้ เมสซี่ วิ่งเข้ามาฉกเอาบอลแล้วเลี้ยงจี้เข้าไปซัดด้วยซ้าย บอลไปแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตูไป หมดสิทธิ์เซฟสำหรับ โลเปซ

นาที 34 บาร์ซ่า น่าจะบวกสกอร์เพิ่มได้อีกประตู จากจังหวะที่ ฆอร์ดี้ อัลบา เติมเกมขึ้นมาทางซ้ายแล้วจ่ายเรียดเข้ากลางให้กับ เมสซี่ ได้ยิงเน้น ๆ แบบไม่ต้องจับ แต่บอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว

บาร์ซ่า พยายามบุดเพิ่มเอาประตูที่สาม แต่ก็ยังยิงเพิ่มกันไม่ได้ หมดเวลาในครึ่งแรก เจ้าบ้านนำอยู่ 2-0 และจะได้เข้ารอบหากผลจบลงที่สกอร์นี้

เข้ามาสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 55 การครองบอลยังเป็นของฝั่งเจ้าถิ่น เมสซี่ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่เขาจะล็อคหลบตัวประกบแล้วหวดทันทีจากระยะราว 30 หลา บอลพุ่งเสาแรกแต่เพา โลเปซ ยังพุ่งปัดออกหลังยอมไว้ได้ทัน

นาทีที่ 74 บาร์ซ่า เกือบได้ประตูที่สาม จากจังหวะที่ เมสซี่ ส่งบอลมาให้ คูตินโญ่ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ คูตี้ จะจ่ายให้ ซัวเรซ ได้แปเน้น ๆ แต่บอลติดเซฟ กระเด้งมาเข้าทาง ราคิติช ยิงซ้ำอีกทีแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายทวารเอสปันญ่อลเหมือนเดิม

นาทีสุดท้ายเจ้าบ้านได้โอกาสเหน่ง ๆ อีกครั้ง โดยจังหวะนี้ ราคิติช โยนบอลโค้งไปที่เสาสอง เมสซี่ ได้โหม่งเต็ม ๆ หัวแต่บอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มไม่ได้ จบเกม บาร์เซโลน่า เอาชนะ เอสปันญ่อล 2-0 รวมผลสองนัดบาร์เซโลน่า ชนะ 2-1 ได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ตามหลัง เซบีย่า เลกาเนส และ บาเลนเซีย ในศึกฟุตบอลโกปา เดล เรย์ ฤดูกาล 2017/18

ค้างคาวไร้พ่าย! บาเลนเซีย บุกอัด เอสปันญ่อล 2-0 ไล่จี้จ่าฝูง 4 แต้ม


บาเลนเซีย คงฟอร์มร้อนแรงด้วยสถิติไร้พ่ายมา 12 นัดรวด หลังบุกอัด เอสปันญ่อล 2-0 จากการทำประตูของ เจฟเฟรย์ กงด็อกเบีย และ ซานตี มีน่า ซัดกันไปคนละหนึ่งประตูในช่วงครึ่งหลัง ช่วยให้ ค้างคาว เก็บคะแนนรวมเพิ่มเป็น 30 แต้ม รั้งอันดับ 2 ไล่จี้ บาร์เซโลน่า จ่าฝูงที่มี 34 แต้มในขณะนี้

เริ่มเกมในครึ่งแรกมาได้แค่ 5 นาที ไอ้นกแก้ว ได้โอกาสก่อนจากจังหวะที่ ปาโบล ปิอัตติ โยนลูกเตะมุมให้กับ ดาบิด โลเปซ โหม่งข้ามคานไป

นาทีที่ 7 อันเดรียส เปเรยร่า ปีกของบาเลนเซีย วางเท้ากดด้วยขวาจากนอกเขตโทษติดเซฟของ เปา โลเปซ นายทวารเอสปันญ่อล

นาทีที่ 15 เอสปันญ่อล จำเป็นต้องเปลี่ยนเอา โฆเซ่ ฆูราโด้ ลงมาเล่นแทน เลโอ บาปติสเตา ที่มีอาการบาดเจ็บ

นาทีที่ 33 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากจังหวะที่ เคราร์ด โมเรโน่ จ่ายให้กับ ปาโบล ปิอัตติ ซัดด้วยขวาจากระยะแค่ 6 หลา ทางด้านขวาติดเซฟของ เนโต้ นายทวารบาเลนเซีย

หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังได้แค่ 5 นาที เอสปันญ่อล ได้โอกาสก่อน ปิอัตติ เปิดฟรีคิกให้กับ นัลโด้ ซัดข้ามคานไป

นาทีที่ 67 ทีมเยือน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อารอน มาร์ติน แบ็คซ้ายเอสปันญ่อล สกัดบอลไม่ดีมาเข้าทางของ เจฟเฟรย์ กงด็อกเบีย มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ดึงบอลลงแล้วเกี่ยวมาปั่นด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษระยะประมาณ 23 หลา บอลเลี้ยวเบียดเสาซ้ายเข้าไปอย่างสุดสวย

นาทีที่ 83 บาเลนเซีย มาได้ประตูย้ำชัยจากจังหวะที่ การ์โลส โซเลร์ ที่ลงมาเป็นสำรอง เปิดจากกราบขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษ บิคตอร์ ซานเชซ แบ็คขวาเจ้าบ้านจะพักอกให้ผู้รักษาประตูตัวเอง แต่บอลเบาไป กลายเป็นตั้งให้ ซานตี มีน่า แปด้วยขวาจังหวะเดียวจ่อๆ เข้าประตูไปช่วยให้ บาเลนเซีย นำห่าง 2-0 และเป็นประตูที่ 5 ของ มีน่า ในลีกซีซั่นนี้

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจากทั้งสองทีม จบเกม บาเลนเซีย บุกไปชนะ เอสปันญ่อล 2-0 คว้าสามแต้มเต็ม รั้งรองจ่าฝูง มีแต้มตามหลัง บาร์เซโลน่า จ่าฝูงแค่ 4 แต้มเท่านั้น อีกทั้งชัยชนะเกมนี้ทุบสถิติสโมสรด้วยการคว้าชัยเป็นนัดที่ 8 ติดต่อกันในลีก

บียาร์เรอัล เจาะไม่เข้าเปิดบ้านเจ๊าเอสปันญ่อล0-0


“เรือดำน้ำเหลือง” บียาร์เรอัล ทำได้เพียงเปิดถิ่นแบ่งแต้มกับ “ไอ้นกแก้ว” เอสปันญ่อล ผู้มาเยือนหลังจบที่ผลเสมอ 0-0 ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน

ฟราน เอสกรีบา กุนซือ บียาร์เรอัล ได้ เยาเม่ กอสต้า ฟิตกลับมาประจำการแบ็กซ้าย คู่กองหน้าใช้ การ์ลอส บัคก้า จับคู่ล่าตาข่ายกับ เซเดริก บากัมบู ด้าน เอสปันญ่อล ภายใต้การคุมทีมของ กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส จัดทัพวาง ปาโบล ปิอัตติ, เคราร์ด โมเรโน่ และ เลโอ บาปติสเตา เป็นสามประสานแนวรุก

เขี่ยบอลเริ่มเกมทัพ “นกแก้ว” ทักทายก่อน เซร์จี้ ดาเดร์ ไหลบอลให้ เลโอ บาปติสเตา กระชากเข้าไปซัดหน้าเขตโทษบอลโด่งข้ามคานไม่ถึงคืบ

นาทีที่ 7 ทีมเยือนน่าได้อีกครั้ง อารอน มาร์ติน เติมเกมบุกขึ้นมาโยนเข้าขตโทษ โฆเซ่ ฆูราโด้ สอดเข้ามาโหม่งเหินข้ามคานน่าเสียดาย

ก่อนจบครึ่งแรก 3 นาที “เรือดำน้ำสีเหลือง” หวิดออกนำ ซามู กาสตีเยโฆ่ เลี้ยงตัดแทงบอลขึ้นหน้าถึง การ์ลอส บักก้า ตบคืนใส่พานให้ เซเดริก บากัมบู บรรจงแปเรียดแต่ไปตรงตัว เปา โลเปซ น่าผิดหวัง

โอกาสทองส่งท้ายของเจ้าบ้านครึ่งแรก เดนิส เชอรีเชฟ จ่ายบอลให้ ซามู กาสตีเยโฆ่ แตะเกี่ยวบอลเข้าเขตโทษไปอัดด้วยซ้ายถูก เปา โลเปซ ทุบออกมาได้ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0

กลับลงสนามมาสู้กันต่อ 9 นาที เอสปันญ่อล บุกมาเกือบได้อีก อารอน มาร์ติน เติมเกมบุกขึ้นมาโยนไปเสาไกลถึง เคราร์ด โมเนโน่ โฉบมาโขกบอลเข้าข้างตาข่ายเสาแรก

ช่วงท้ายเกมเจ้าบ้านพยายามกดดันหนักแตาจนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถเจาะเกมรับทีมเยือนได้ จบเกม บียาร์เรอัล เปิดรังเสมอ เอสปันญ่อล 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม