‘ซิเมโอเน่’ ยกย่องสปิริตลูกทีมในเกมบุกเสมอ อาร์เซน่อล


ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือคนเก่งของ แอตเลติโก มาดริด ยกย่องนักเตะที่อดทนเอาตัวรอดในเกมบุกเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 ทั้งที่เหลือ 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 10

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ทีม แอตเลติโก มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่เวที ลา ลีกา สเปน กล่าวยกย่องลูกทีมที่เล่นอย่างอดทนตลอดทั้งเกม แม้จะเหลือ 10 คน จนสามารถเอาเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่หนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

ทัพ “ตราหมี” ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 10 เมื่อ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามอย่างรวดเร็ว และตกเป็นฝ่ายตามหลังเมื่อ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ยิงประตูขึ้นนำให้ อาร์เซน่อล 1-0 นาทีที่ 61 แต่ทีมเยือนก็ไม่เลิกพยายามจนสามารถตีเสมอได้ในช่วง 8 นาทีสุดท้ายของเกมจาก อ็องตวน กรีซมันน์

ซิเมโอเน่ ระบุว่า “คำพูดที่เยี่ยมที่สุดในการบรรยายถึงสถานการณ์ในวันนี้ คือ การที่เราเอาตัวรอดจากเกมยูโรป้า ลีก ได้”

“ผมยังจำได้ดีเมื่อครั้งที่ไปเยือน บาร์เซโลน่า แล้ว ฟิลิเป้ ถูกไล่ออกทั้งที่เล่นได้ 13 นาที หรือ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ ตอร์เรส ถูกไล่ออก”

“ทีมของเราทำผลงานได้สุดยอดมานานหลายปี เมื่อเล่นในสนามแบบนี้ กับฟุตบอลเกมรุกอย่างที่ อาร์เซน่อล เล่น ทีมจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าแล้วสู้ไปทุกนาที นี่แหละคือสิ่งที่ดีงามในฟุตบอล”

“การมาเยือน อาร์เซน่อล เป็นเกมที่ยากแบบสุดหิน ซึ่งสนามแห่งนี้ก็สุดยอด พวกเขามีกุนซือชั้นเยี่ยมอยู่ที่ม้านั่งสำรอง และเราต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามอีก”

“ผู้เล่นของเราทำได้ดีมาก ๆ กับวิธีที่พวกเขาเล่น และทำให้พวกเขารู้สึกกดดันได้ อีกทั้งแฟนบอลของเราก็มอบพลังในด้านบวกมาเติมไฟในตัวเราด้วย”

ใกล้จบแล้ว! “ตราหมี” บุกพ่าย โซเซียดาด 0-3 ห่างบาร์ซ่า12แต้ม


ศึกลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2017-18 นัดที่ 33 “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ส่อแววหมดลุ้นแชมป์หลังบุกพ่ายเจ้าถิ่น เรอัล โซเซียดาด แบบเละคาที่ 0-3 ทำให้ แอต.มาดริด มีคะแนนห่างบาร์เซโลน่าถึง 12 คะแนน โอกาสคว้าแชมป์ลีกแทบจะหมดลงทันที เพราะเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 5 นัด

เกมลาลีกานัดที่ 33 วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา เรอัล โซเซียดาด เปิดสนามเอสตาดิโอ มูนิซิพัล เด อโนเอต้า พบกับ แอตเลติโก มาดริด ทีมรองจ่าฝูงในเวลานี้ เกมนี้เจ้าบ้านส่ง เกโรนิโม รูลลี ลงเฝ้าเสา ส่วน วิลเลี่ยน โชเซ่, อั๊ดนาน ยานาไซ, เซร์คิโอ กานาเลส และมิเกล โอยาซาบัล เป็น 4 ทหารเสือเตรียมลาตาข่าย

ฟากฝั่งของทีมเยือน แอตเลติโก มาดริด ส่ง แยน โอบลัค ลงเฝ้าเสา แนวรุก โกเก้ ประสานงานกับ อังเคล กอร์เรอา โดยมี อองตวน กรีซมันน์ และ กาแว็ง กาเมโร่ เป็นคู่กองหน้า

เริ่มเกมการแข่งขัน เพียงนาที 27 เจ้าบ้านมาได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะ อั๊ดนาน ยานาไซจ์ กระชากบอลเข้ากลางให้ วิลเลียน โชเซ่ กดขวาเต็มข้อบอลเรียดเข้าโคนเสาตุงตาข่าย เรอัล โซเซียดาด นำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มเกมครึ่งหลังนาทีที่ 67 ทีมเยือนหวิดได้ประตูตีเสมอจาก โกเก้ เปิดมุมสุดสวยให้ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้ กระโดดโขกเต็ม ๆ ถากเสาสองออกหลังไป

นาที 79 เจ้าบ้านมายิงประตูทิ้งห่างป็น 2-0 จาก วิลเลียน โชเซ่ แทงบอล ให้ ฆวนมี่ เข้าไปชิพบอลข้าม ยาน โอบลัค เข้าประตูไปอย่างสุดยอด

ก่อนจะเป่านกหวีดจบลงในนาทีที่ 90+2 เจ้าบ้านบุกยิงประตูย้ำชัยเป็น 3-0 จากจังหวะ อาซิเอร์ อิยาร์ราเมนดี้ ไหลเข้ากลางให้ อัลแบร์โต้ เด ลา เบลลา กระชากขึ้นมาก่อนเปิดให้ ฆวนมี ฆิมิเนซ โดดโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

จบเกมการแข่ง เรอัล โซเซียดาด เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ไปแบบขาดลอย 3-0 คว้า 3 คะแนน ขยับเพิ่มเป็น 43 คะแนน ส่งผลให้ขึ้นมารั้งอันดับที่ 11 ของตาราง ส่วนตราหมีมี 71 คะแนนตามเดิม โดยตอนนี้มีคะแนนตามจ่าฝูงบาร์เซโลน่า 12 คะแนน และเหลือเกมให้เล่นอีกเพียงแค่ 5 นัด

บาร์ซ่าสะดุด! ได้แค่เจ๊า ลาส ปัลมาส 1-1 ถูกหมีไล่เหลือ5แต้ม


การแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา 2017-18 ประจำสัปดาห์ที่ 26 คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า เค้นฟอร์มแจ่มไม่ออกบุกไปเสมอลาส ปัลมาส 1-1 เก็บเพิ่มได้แค่ 1 คะแนน แต้มทิ้งห่าง “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เพียง 5 คะแนนเท่านั้น

สำหรับเจ้าบ้าน ลาส ปัลมาส ในช่วงนี้ฟอร์มยังน่าเป็นห่วงเพราะ 5 เกมหลังสุดชนะ 1 แพ้ 2 เสมอ 2 ลงเล่นไปแล้ว 25 นัดมี 19 คะแนนอยู่อันดับที่ 18 ของตารางเหมือนเดิม ด้านทีมเยือน บาร์เซโลน่า ที่ลงเล่นไป 25 นัดเท่ากันแต่คะแนนมีมากถึง 65 คะแนนอยู่อันดับที่ 1 ของตาราง ส่วนผลงานช่วงหลังของทีมเยือนนั้น 5 เกมหลัง ชนะ 3 เสมอ 2 ไม่แพ้เลยสักนัดเดียว

ในการแข่งขันแน่นอนว่าทีมเยือนยังคงแนวรุกที่โหดกว่าบุกหวิดทำประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ 8 จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ เมสซี่ เปิดให้ ซัวเรซ ยิง แต่ยังไม่ผ่านมือนายด่านลาส ปัลมาส

นาทีที่ 21 ทีมเยือนยังคงบุกอย่างต่อเนื่องจนมาทิ้งสกอร์ห่างเป็น 1-0 จากโอกาสของ เมสซี่ ได้ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งเข้าสามเหลี่ยมเสาสองอย่างเหนือชั้น

ก่อนจบครึ่งแรก บาร์ซ่า นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังเพียงแว้บเดียวเจ้าบ้านมาทำประตูตีเสมอในนาทีที่ 47 จากการทำแฮนด์บอลของ ลูกาส์ ดีญ ที่โชคร้ายเพราะบอลชนเสาแล้วไปโดนแขน ผู้ตัดสินเป่าให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ โฆนาธาน กาเยรี่ รับกดด้วยขวาเน้น ๆ เสียบคานอย่างเด็ดขาด สกอร์ตามมาเป็น 1-1

นาทีที่ 62 ทีมเยือนชวดโอกาสทำประตูทอง จากจังหวะ หลุยส์ ซัวเรซ ได้บอลในกรอบเขตโทษกดขวารอบแรกติดนายด่านลาส ปัลมาส แล้วซ้ำอีกครั้งจังหวะสองบอลเหินออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นแม้บาร์ซ่าจะบุกยิงอย่างหนักก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นอีกจบเกม 90 นาที บาร์เซโลน่า บุกไปเจ๊า เจ้าบ้านลาส ปัลมาส ไปอย่างน่าผิดหวัง 1-1 เก็บเพิ่มอีกแค่เพียง 1 คะแนนเป็น 66 คะแนน จากการแข่งขัน 26 นัด

ตารหมี ฟอร์มโหดไล่อัด เยอิด้า 3-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมด้วยผลสกอร์รวม 7-0


“ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนจากทีม เยอิด้า หลังจากในนัดที่แล้ว ตราหมี บุกไปเอาชนะมา 4-0 ส่วนเกมนัดนี้ก็ยังคงเป็น แอตเลติโก มาดริด ที่ยังโชว์ฟอร์มได้โหดกว่าไล่อัดทีมเยือน เยอิด้า 3-0 พร้อมผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ด้วยผลสกอร์รวม 7-0 ในศึกโกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดสอง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เกมครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 16 เป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ได้โอกาสเมื่อ ลูคัส เอร์นานเดซ ได้บอลแล้วโหม่งยัดเข้าไปแต่บอลไปติดบล็อคแต่ บอลกระเด้งมาเข้าทางของ โกเมซ ได้วิ่งเข้าซ้ำอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู ดิเอโก้ ริบาส

นาทีที่ 25 เป็นโอกาสของ ตราหมี อีกครั้งเมื่อ ตอร์เรส พาบอลขึ้นมาทางกราบซ้ายผ่านแนวรับทีมเยือน ก่อนจะแทงบอลให้ ดิเอโก้ คอสต้า ได้ซัดโล่ง ๆ แต่ยิงไม่ทันผู้รักษาประตูออกมาเร็วชาร์จถึงตัวจนหมดทางยิง

นาทีที่ 35 ดิเอโก้ คอสต้า มีโอกาสทำประตูให้เจ้าถิ่นอีกครั้ง จากการเปิดบอลยาวของ บิโตโล่ มาให้ คอสต้า ในกรอบเขตโทษยิงเต็มแรง แต่บอลลอยข้ามคานไปนิดเดียว

ก่อนหมดเวลาครึ่งแรกนาทีที่ 41 บิโตโล่ ได้บอลจากเพื่อนที่แทงทะลุช่องมาให้ แล้วหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษคนเดียวโล่ง ๆ ก่อนซัดเข้าไปเต็มข้อ แต่ ดิเอโก้ ริบาส ยังไวอยู่เซฟช่วยป้องกันเอาไว้ได้ และหมดเวลา 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังมาถึงนาทีที่ 57 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็ขึ้นนำ 1-0 สำเร็จจนได้ จากจังหวะที่ทีมเยือนเสียบอลจากกลางสนาม แล้ว แอต.มาดริด สวนกลับทันที บอลมาอยู่ที่ คอสต้า ก่อนที่จะจ่ายย้อนไปให้ ยานนิค คาร์ราสโก้ ยิงเข้าเต็มข้อเข้าไปตุงตาข่าย

เกมยาวมาถึงนาทีที่ 74 สกอร์ไหลมาเป็น 2-0 เมื่อ อังเคล คอร์เรอา พาบอลขึ้นมาสุดเส้นหลังผ่านแนวหลัง เยอิด้า ก่อนที่จะเปิดให้ กาเมโร่ ยิงระยะจ่อ ๆ เข้าไปง่าย ๆ

นาทีที่ 81 เจ้าถิ่นหนีเป็น 3-0 จากจังหวะที่ ตอร์เรส พักบอลที่กลางสนาม ก่อนโยนยาวไปให้ บิโตโล่ จับบอลลงแล้วกดเต็มเท้าเข้าไป ชนิดที่ ดิเอโก้ ริบาส หมดสิทธิ์จะป้องกัน

หมดเวลา 90 นาที แอตเลติโก้ มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ เยอิด้า ไปแบบขาดลอย 3-0 พร้อมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปด้วยสกอร์รวม 7-0

สิงห์บลู ไล่เจ๊า ตราหมี 1-1 เข้ารอบที่ 2 UCL


 

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ทำได้แค่เข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ตามหลังโรม่า เข้าสู่รอบน็อคเอ๊าท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก หลังจากที่เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ แอตเลติโก มาดริด ทีมดังจากสเปน 1-1

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลุ่มซี นัดสุดท้าย คู่ระหว่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านพบกับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมดังจากสเปน

เกมนี้เจ้าถิ่นใช้ อัลบาโร โมราต้า เดินเกมร่วมกับ เอเด็น อาซาร์ เช่นเดิม ฝั่งผู้มาเยือนหากต้องเข้ารอบจำเป็นต้องชนะสถานเดียว เกมนี้ส่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส และ อองตวน กรีซมันน์ ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมมา ช่วงต้นเกม เป็นทีมเยือนที่บุกเข้าใส่เจ้าบ้านหวังเอาประตูขึ้นนำก่อน แต่เจ้าบ้านยังคงตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น และจากจังหวะสวนกลับ นาทีที่ 22 วิคเตอร์ โมเซส ได้โชว์สปิด ลากไปยิง แต่บอลยังไม่ผ่านมา แยน โอบลัค ผู้รักษาประตูทีมเยือน

ก่อนจบครึ่งแรก ซัปปาคอสต้า ได้โอกาสยิงไกล แต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังคงโชว์ความหนึบได้อย่างสุดยอด บินปัดออกไปได้ จบครึ่งแรก เสมอกันที่ 0-0

เริ่มเกมในครึ่งหลังเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่บุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 50 อัลบาโร โมราต้า เกือบทำประตูให้กับเจ้าบ้านได้ก่อน จากจังหวะโหม่งโล่งๆคนเดียว แต่บอลยังไม่ผ่านมือ แยน โอบลัค นายทวารของทีมเยือน

นาทีที่ 56 ทีมเยือนมาได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะลูกเตะมุม เมื่อเฟร์นันโด ตอร์เรส โหม่งชงมาให้ ซาอูล นิเกซ ซัดโล่งๆ แอต มาดริด ออกนำ 1-0

หลังจากที่โดนนำ เจ้าบ้านพยายามเปิดเกมรุกเพื่อตามตีเสมอ จนมาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 75 เมื่อ ฟาเบรกัส เลี้ยงเข้าเขตโทษสุดเส้นก่อนเปิดเรียดเข้ามา สเตฟาน ซาวิซ ปราการหลังทีมเยือนสกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง เชลซีตีเสมอ 1-1

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมยังคงบุกเข้าหากัน แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม เชลซีเสมอกับแอต มาดริดไป 1-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในอันดับที่ 2 ของกลุ่มเนื่องจากกฏเฮดทูเฮด เป็นรองจ่าฝูง โรม่า ส่วน แอต มาดริดจบอันดับที่ 3 ได้ไปเล่น ยูโรป้า ลีก