เกือบไม่รอด! บาร์ซ่า เอาชนะ อลาเบส หืดขึ้นคอ 2-1


หลุยส์ ซัวเรซ และการปั่นฟรีคิกสุดสวยของ ลิโอเนล เมสซี่ ช่วยให้ บาร์เซโลน่า เปิดบ้านเอาชนะ อลาเบล ไปด้วยสกอร์ 2-1 เก็บสามคะแนนพร้อมยังคงรั้งจ่าฝูงอีกต่อไป และทำคะแนนทิ้งห่างทีมอันดับที่สอง แอต. มาดริด ถึง 11 แต้ม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เริ่มเกมมานาทีที่ 7 เจ้าบ้าน บาร์ซ่า มีโอกาสได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ลูคัส ดีญ ที่ตัดบอลได้แล้วเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนที่จะหวดด้วยซ้ายเต็มข้อแต่บอลพุ่งเฉียดเสาสองออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 16 เป็นโอกาสของฝั่งทีมเยือนบ้างจากจังหวะที่ เปเรซ จ่ายบอลมาให้กับ อิไบ โกเมซ หลุดไปยิงในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแต่ สเตเก้น ออกมาบล็อคไว้ได้และช่วยให้เจ้าถิ่นไม่เสียประตู

มาถึงนาทีที่ 23 เป็นทางฝั่ง อลาเบส ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 แบบช็อคแฟนบอลเจ้าบ้าน จากจังหวะที่ อิไบ โกเมซ จ่ายบอลทะลุช่องมาให้กับ กุยเดตติ หลุดเดี่ยวครึ่งสนาม ก่อนที่จะกระชากเข้ามาในเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาที่เสาแรก แม้จะเสียหลักแต่บอลยังเป็นใจเข้าไปตุงตาข่าย

นาที 35 บาร์ซ่า ได้ฟรีคิกจากนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา เป็น เมสซี่ จัดการปั่นด้วยซ้ายหวังยิงเองแม้มุมจะแคบ บอลโค้งตรงกรอบแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ปาเชโก้ ที่พุ่งปัดออกหลังไว้ได้

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 คูตินโญ่โดนทำฟาวระยะ 30 หลา และเป็น เมสซี่ คนเดิมที่รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้าย คราวนี้บอลโค้งข้ามกำแพงทำท่าว่าจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่ว่า ปาเชโก้ พุ่งมาปัดด้วยมือเดียวออกหลังไปอย่างหวุดหวิด จบ 45 แรก อลาเบส ขึ้นนำ บาร์ซ่า 1-0 ที่คัมป์ นู

ครึ่งหลังนาที 64 เจ้าถิ่นเปิดเกมบุกอย่างหนักเมื่อ เปาลินโญ่ ได้โอกาสยิงนอกกรอบแต่บอลก็ไปตรงตัว ปาเชโก้ รับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 72 บาร์ซ่า ตามตีเสมอ 1-1 สำเร็จ เริ่มจากจังหวะที่ อิเนียสต้า หลุดเดี่ยวถึงเส้นหลังก่อนที่จะเปิดข้ามฟากไปให้ ซัวเรซ วอลเลย์สวนมุมแคบเข้าประตูไป

ก่อนหมดเวลานาทีที่ 84 บาร์ช่า มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-1 จากการปั่นฟรีคิกหน้ากรอบฝั่งขวาของ เมสซี่ บอลโค้งข้ามกำแพงแล้วมุดเข้าใต้คาน ปาเชโก้ ปัดได้แต่ไม่พ้น บอลผ่านมือเข้าไปตุงตาข่าย

จบเกมเป็น บาร์เซโลน่า ที่เอาชนะ อลาเบส ไปได้ 2-1 ทำให้พวกเขายังไม่แพ้ใครในลาลีก้า 21 นัด นำเป็นจ่าฝูงต่อไป มี 57 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 แอตเลติโก มาดริด 11 คะแนน

เมสซี่ถล่มสถิติ “แกร์ด มุลเลอร์”366ประตู


ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ทุบสถิติการยิงประตูที่อยู่มายาวนานของ ‘แกร์ด มุลเลอร์ อดีตหัวหอกทีมชาติเยอรมันของทีมเสือใต้ได้สำเร็จ ด้วยการซัดฟรีคิกจากระยะ 25 หลาในนาทีที่ 85 เป็นประตูที่ 4 ให้บาร์เซโลนาเอาชนะเรอัล โซเซียดาด 4-2 ส่งผลให้เขาซัดประตูรวม 366 เม็ด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 ผ่านมา

ลิโอเนล เมสซี หัวหอกของบาร์เซโลนา จารึกสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำประตูสูงสุดตลอดกาลกับ 1 สโมสร ใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน และเยอรมนี แซงหน้า มุลเลอร์ ที่ซัด 365 ประตูในบุนเดสลีกา ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค

แกร์ด มุลเลอร์ ตำนานทีมชาติเยอรมัน ยังมีผลงานที่ยอดเยี่ยนมตอนที่เค้าค้าแข้งอยู่กับบาเยิร์น ช่วงปี 1964 จนถึงปี 1979 ทำประตูไป 365 ประตูจาก 427 นัดในลีก หลังจากนั้นก็มี ลิโอเนล เมสซี่ เลือดอาร์เจนไตน์ เข้ามาสถิติถล่มยิง 366 ประตูจาก 401 นัด ทั้งนั้นในซีซันนี้ เมสซี่พังตาข่ายไปแล้ว 17 ลูก พร้อมทำ 8 แอสซิสต์ในลา ลีกา ช่วย บาร์ซ่า นำโด่งในตำแหน่งจ่าฝูง

อย่างไรก็ตาม เมสซียังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมใน ลาลีกา ฤดูกาลนี้ ด้วยการยิง 16 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ และจากชัยชนะเหนือโซเซียดาด ทำให้บาร์ซามีคะแนนนำรองจ่าฝูงอย่างแอตเลติโก มาดริด อยู่ 9 คะแนน และนำแชมป์เก่าอย่างเรอัล มาดริด อยู่ 19 คะแนนในเวลานี้

รักเสมอ! ‘ซัวเรซ’ เผยยังคิดถึง ‘เนย์มาร์’


หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนเก่งของ บาร์เซโลน่ายอมรับว่า ทุกคนที่สโมสรยังคงคิดถึง เนย์มาร์ ดาวยิงจอมลีลาชาวบราซิเลียน ถึงแม้ บาร์ซ่า ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในช่วงต้นฤดูกาลนี้ก็ตาม เผย ตนพยายามเต็มที่แล้วในการโน้มน้าวใจให้เจ้าตัวอยู่โลดแล่นในถิ่น คัมป์ นู ต่อ

เนย์มาร์ ได้อำลาจากถิ่น คัมป์ นู ย้ายไปร่าวมทัพกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หอกแซมบ้ากำลังกลายเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนใหม่ หลังจ่อย้ายซบ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร (ประมาณ 8,880 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และการจากไปของ เนย์มาร์ ทำให้

ฤดูกาลนี้ ซัวเรซ ทำประตูในลีกได้แค่ 3 ลูกเท่านั้น จากการลงเล่น 8 นัด ซึ่ง อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล ก็ยอมรับว่า รู้สึกเศร้าใจและเสียใจเหมือนกันที่เห็น เพื่อนในทีมต้องย้ายออกไป

“เราคิดถึง เนย์มาร์ มาก ๆ ทั้งในและนอกสนาม เพราะเขาเป็นคนที่พิเศษมาก เราสนุกร่วมกัน เขาสร้างความสุขให้กับทุกคนได้เสมอ เขาเป็นคนที่สำคัญอย่างมากสำหรับเรา ตอนนี้เขาไปเล่นกับทีมอื่นแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านเขา หรือมองเขาเป็นคู่ต่อสู้เลย”

“ผมพยายามโน้มน้าวให้เขาอยู่ต่อ เพราะผมคิดว่า นี่คือที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วสำหรับเขา แต่มันเป็นการตัดสินใจที่เขาทำลงไปแล้ว เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่เราก็ไม่เคยบอกว่า -อย่าไปเลย เพราะนายจะไม่มีความสุข- เราแค่บอกว่าเราไม่อยากให้ย้าย แต่เขามีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ”

“ด้วยความสนิทสนมที่เรามี มันจึงเป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่เขาย้ายออกไป มีข่าวออกมาว่า เขาเสียใจที่ย้ายออกไป ผมคิดว่าไม่หรอก เขาโตพอที่จะรู้ว่า หากเขาเสียใจจริง เขาก็จะออกมาพูดด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีใครออกมาพูดแทนหรอก” หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย วัย 30 ปี กล่าว

แอบหวั่น! เมสซี่ เปิดใจ คงบ้ามากหาก อาร์เจนติน่า ไม่ได้ไปบอลโลก


“แฮตทริกฮีโร่” ลิโอเนล เมสซี่ เปิดใจหลังพาทัพฟ้าขาว ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จว่า แอบหวั่นใจก่อนลงแข่ง และมันคงเป็นเรื่องที่บ้ามาก หาก อาร์เจนติน่า ไม่ผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก จากการรายงานของ fourfourtwo เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังจากยิงแฮตทริก ช่วยให้ทัพ”ฟ้าขาว”อาร์เจนตินาแซงชนะเอกวาดอร์ 3-1 ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียได้อัตโนมัติ ในฐานะทีมอันดับ 3 ของโซนอเมริกาใต้ ลิโอเนล เมสซี ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึก หลังทีมผ่านช่วงเวลาอันยากลำบาก แต่สุดท้ายก็ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียได้สำเร็จ

เมสซี กล่าวว่า “ผมแอบหวั่นใจอยู่ไม่น้อยก่อนเล่นเกมนี้ โชคดีจริงๆ ที่เราตอบสนองอย่างยอดเยี่ยม และเล่นกันได้ดี”
“เรานิ่งพอ เราทำได้ตามเป้า และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ขอบคุณพระเจ้าที่เราทำได้”

“มันคงบ้อบอสิ้นดีหากเราไม่ได้ไปเล่น ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นักเตะกลุ่มนี้สมควรที่จะได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก”
“เราถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงแม้จะเคยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบสุดท้ายอยู่บ่อยๆ”

“เราเลยออกห่างจากสื่อ และผู้คน ผมคิดว่ามันช่วยเราได้มาก เพราะเราแสดงถึงความสามัคคีมันทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”

“สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำให้ทีมชาติทำผลงานได้ดี ถ้าเราทุกร่วมจับมือไปด้วยกันมันคือเรื่องง่ายมาก”

“มันไม่ยุติธรรมกับเราเท่าไร กับสิ่งที่เกิดในฟุตบอลโลกครั้งก่อน และ โคปา อเมริกา ทั้ง 2 ครั้ง แถมยังโดนโจมตีในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้”

“หวังว่าหลังจากนี้จะเป็นเรื่องที่ดีของเรา เราดีใจกับการผ่านเข้ารอบ และกำลังค่อย ๆ เตรียมตัว ทีมนี้กำลังเปลี่ยนแปลง พัฒนา และเติบโตขึ้น”