ลิเวอร์พูล ลุ้นหนัก อาการบาดเจ็บ ‘ซาลาห์’


ลิเวอร์พูล ส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รับการประเมินการบาดเจ็บ หลังจากที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมที่อับปางเรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เผย ซาลาห์ บอกตนไม่เป็นอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องรอคำวินิจฉัยจากแพทย์

ลิเวอร์พูล สโมสรดังบนเกาะอังกฤษ เตรียมประเมินอาการบาดเจ็บ ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลังจากช่วงครึ่งหลังถูกเปลี่ยนตัวในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่เอาชนะ เรือใบสีฟ้า 3-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ซาลาห์ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในช่วงครึ่งแรก โดยเป็นผู้ทำประตูเบิกร่องและยังแอสซิสต์ให้ ซาดิโอ มาเน่ พังประตูที่ 3 ในเกมด้วย ถึงอย่างนั้นดาวเตะทีมชาติอียิปต์ก็มีอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนออกไป และยังไม่แน่ว่าจะสามารถลงช่วยทีมสู้ศึกกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันเสาร์นี้ รวมถึงศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ที่บุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอังคารหน้า

โดยล่าสุดนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ได้ออกมาระบุว่า “ตอนที่เขาเดินมาที่ข้างสนามแล้วบอกความรู้สึกกับผม แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนเขาออกจากสนามโดยไม่ต้องถามแพทย์ หลังจบเกมเขาก็บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่เราก็ต้องรอเขาวินิจฉัยที่มาจากแพทย์ให้ชัดเจน”

สำหรับนัดนี้การบุกของ ลิเวอร์พูล เล่นประสานกันอย่างดีเยี่ยมจนเอาให้ชนะมาได้ แต่ คล็อปป์ ก็บอกว่าเป็นเพราะแนวรับเราแข็งแรง จนทำให้ เรือใบสีฟ้า เล่นไม่ได้และไม่สามารถทำประตูได้นั่นเอง
“พวกเขาเล่นใช้ได้เลย พวกเขาสร้างโอกาสไม่ได้เหมือนเก่า เพราะเราตั้งรับได้แน่นหนา ในหลาย ๆ ครั้งที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เล่นได้โดดเด่นมาก และคู่ปราการหลังตัวกลางก็เป็นตัวสำคัญ”

“ส่วน 3 กองกลางเราก็ทำหน้าที่ได้ดี ขณะที่หัวหอกทั้ง 3 คนนั้นก็อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและค่อยช่วยพวกเขา”

หงส์โหดจัด! ไล่ถล่ม เรือสิ้นท่า 3-0 ศึกยูซีแอลรอบแปดทีม


จมเรือใบ! “หงส์แดง’’ ลิเวอร์พูล ฟอร์มเทพ หลังเปิดบ้านไล่อัด ‘’เรือใบสีฟ้า’’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 โอกาสเข้าสู่รอบรองชนะเลิศสดใส ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี คู่แข่งร่วมลีก

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็นสามประสานในแนวรุกส่วนทีมเยือนใช้ดาบิด ซิลบา ลงคู่กับ เควิน เดอ บรอยน์ และ เลรอย ซาเน่ โดยให้ กาเบรียล เชซุส เป็นตัวจบสกอร์

เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที จากจังหวะสวนกลับของเจ้าบ้านก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะได้ซัดเต็มข้อ นายทวารทีมเยือนปัดออกมาเข้าทางของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่งหนึ่งจังหวะแล้วยิงซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1-0

ถัดจากนั้น 2 นาที เป็นจังหวะของทีมเยือนบ้างเมื่อ ดาบิด ซิลบา จ่ายทะลุช่องให้ เลรอย ซาเน่ หลุดเข้าไปซัดหลุดกรอบไปนิดเดียว

เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 21 เมื่อ อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เก็บบอลจากหน้ากรอบประตูก่อนจะส่องระยะไกลเต็มข้อเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าบ้านนำห่าง 2-0

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านได้เฮอีกครั้งจากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โยนเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นโขกจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 47 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่สี่จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบ้านให้ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้โอกาสขึ้นโขก แต่บอลหลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 71 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ โดมินิค โซลันเก้ จ่ายบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้ยิงจ่อ ๆ แต่บอลไปเข้ามือของ เอแดร์สัน นายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 75 ทีมเยือนโหมบุกและเกือบได้ปกระตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ กาเบรียล เฆซุส ได้ซัดหลุดออกหลังไปนิดเดียว

จบเกม ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปก่อน 3-0 ก่อนที่จะไปลุ้นกันต่อนัดสองที่บ้านของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า

มาเน่แฮตทริก! หงส์แดง บุกยำใหญ่ ปอร์โต้ 5-0 จ่อเข้า8ทีม


ร้อนแรงต่อเนื่อง! ลิเวอร์พูล ตัวแทนจากอังกฤษ บุกสอนเชิงบอล ปอร์โต้ ทีมดังของโปรตุเกสถึงถิ่น 5-0 จากการทำคนเดียวสามประตู ของ ซาดิโอ มาเน่ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก คู่ระหว่าง ปอร์โต้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

นักนี้เจ้าบ้านส่ง ติกินโญ่ โซอาเรส เป็นหอกเป้า โดยมี ยาซีน บราอิมี่, โอตาวิโอ้ และมุสซ่า มาเรก้า ปั้นเกมรุกช่วย ส่วนทีมเยือน ยังคงใช้ สามประสานแนวรุกยังเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่

เริ่มเกมมาเพียง 10 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนจากจังหวะการลุยเข้าไปยิงของ โอตาวิโอ้ กองหน้าของทีม บอลไปโดนแนวรับของทีมเยือนข้ามคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 25 จากจังหวะสวนกลับของทีมเยือน จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ ซาดิโอ มาเน่ ยิงโล่ง ๆ คนเดียว ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 1-0

อีก 4 นาทีต่อมา ทีมเยือนมาได้ประตูที่สองจากจังหวะการยิงไกลของ เจมส์ มิลเนอร์ บอลไปชนเสาก่อนมาเข้าทาง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ โชว์ทักษะเดาะบอลผ่านผู้รักษาประตูทีมเยือน แล้วยิงเข้าไปนิ่ม ๆ ทีมเยือนออกนำห่าง 2-0

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 43 เจ้าบ้านเกือบได้เฮบ้าง จากจังหวะการหลุดเข้าไปซัดของ ติกินโญ่ โซอาเรส แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว ก่อนจะจบครึ่งแรกที่สกอร์ ทีมเยือนนำ 2-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 53 เจ้าบ้านบุกหนักแต่เจอเกมสวนกลับของทีมเยือนอีกครั้ง โม ซาลาห์ ได้บอลก่อนจะจ่ายต่อให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลุดเข้าไปยิง โชเซ่ ซา นายทวารเจ้าบ้านปัดได้ แต่บอลมาเข้าทาง ซาดิโอ มาเน่ ซ้ำเข้าไปง่าย ๆ ลิเวอร์พูล ออกนำห่าง 3-0

นาทีที่ 70 จากเกมสวนกลับของลิเวอร์พูล ซาดิโอ มาเน่ ลากบอลสุดเส้นก่อนจะจ่ายให้ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดมาให้ทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซัดเข้าเสาแรกไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูลออกนำห่าง 4-0

ท้ายเกมนาทีที่ 85 ทีมเยือนมาได้ประตูปิดกล่อง จากจังหวะการตั้งป้อมยิงไกลนอกเขตโทษของ ซาดิโอ มาเน่ เข้าไปอย่างสวยงาม ทีมเยือนทิ้งห่าง 5-0 ก่อนจะจบเกมด้วยสกอร์นี้

จบเกมทีมเยือน ลิเวอร์พูล บุกมาถล่ม ปอร์โต้ 5-0 โอกาสเข้ารอบสดใส ก่อนจะไปเล่นนัดที่สองกันที่ แอนด์ฟิลด์ ในวันที่ 6 มีนาคม

เปาทำพิษ! ‘หงส์’ สุดช้ำถูก ‘ไก่’ ไล่เจ๊าท้ายเกม 2-2


การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสียจุดโทษสองครั้งในช่วงท้ายเกม ทำให้เปิดบ้านได้แค่เจ๊า “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 2-2 ที่สนามแอนฟิลด์ พลาดเก็บ 3 แต้มเต็มไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในการแข่งขัน ลิเวอร์พูล ทีมอันดับที่ 3 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทีมอันดับที่ 5 เกมนี้ทำให้เจ้าบ้านต้องกดดันจากสกอร์การเล่นของทีมเยือนที่ไม่แพ้ใครเลยมา 7 เกมติดจากการเล่น 25 นัด มีคะแนนเก็บ 48 คะแนน ห่างกับ ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ 50 คะแนน อยู่ 2 คะแนน

เริ่มการแข่งขันเพียง 3 นาที เจ้าบ้านมาฉวยโอกาสทำประตูก่อนจากจังหวะขลุกขลิกแล้วบอลหลุดไปถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทะลุขึ้นมาเก็บบอลแล้วหลุดเข้าไปแปด้วยเท้าซ้ายเข้าไปง่าย ๆ เป็น 1-0

ต่อมานาทีที่ 17 ลิเวอร์พูลมีโอกาสได้ประตูที่สอง อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ จ่ายให้ เจมส์ มิลเนอร์ เติมขึ้นมาซัดด้วยขวา บอลแฉลบ ดาวินสัน ซานเชซ ก่อนลอยผ่านเสาสองออกไปอย่างน่าหวาดเสียว

การแข่งขันจบ 45 นาทีแรกทีมเยือนยังไม่สามารถทำประตูได้ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-0

ต่อมาครึ่งหลังนาทีที่ 68 ทีมเยือนเหมือนจะมาได้ประตูตีตื้นจากจังหวะ เดเล่ อัลลี่ โดนสกัดขาล้มในกรอบเขตโทษ ไม่วายทำให้เจ้าตัวโดนใบเหลืองไปเพราะการฟาวล์ของกองหน้าทีมชาติอังกฤษดูเหมือนจะเป็นกาพุ่งล้มเพื่อเรียกฟาวล์มากกว่า

ต่อมานาทีที่ 80 ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะเปิดบอลทางฝั่งซ้ายของทีมเยือน แล้ว ลอริส คาริอุส กระโดดปัดบอลทิ้งออกมาเข้าทาง วิคเตอร์ วานยาม่า วิ่งมากดเต็มด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเป็นจรวดเสียบคานเข้าไปอย่างเฉียบขาด

นาทีที่ 84 ทีมเยือนมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน สกัดบอลวืดแล้วบอลเลยไปถึง แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวขึ้นมา คาริอุส ออกมาล้มตัวสกัดบอล แต่ แฮร์รี่ เคน เหลี่ยมดีเรียกจุดโทษได้ ก่อนที่จะลุกมาสังหารเองแล้วพลาด ยิงไปติดเซฟนายทวารลิเวอร์พูล พลาดโอกาสพลิกขึ้นนำ

นาที 90+1 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮกันสนามแทบแตกเมื่อ “หงส์แดง” ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว แหวกแนวรับ สเปอร์ส เข้าไปยิงมุมแคบ บอลข้ามตัว ฮูโก้ โยริส เข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาที 90+3 สถานการณ์พลิกกลับ เมื่อ ลิเวอร์พูล เสียจุดโทษแบบช็อคแฟนบอล ในจังหวะที่บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ พยายามจะเตะสกัด แล้วเหลือบไปเห็น เอริค ลาเมล่า ปีกสเปอร์สพุ่งเข้ามา จึงชักขากลับ แต่ ลาเมล่า อาศัยจังหวะนั้นล้มลง และไลน์แมนก็ยกธงพร้อมกับแจ้งผู้ตัดสินให้เป็นจุดโทษ แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด สกอร์เป็น 2-2 แบบสุดดราม่า

จบเกมการแข่งอันดุเดือด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสมอ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน

“เจ้าบุญทุ่ม” เตรียมตรวจร่างกาย ‘คูตินโญ่’ จันทร์นี้


ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ชาวบราซิลที่เพิ่งย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล เตรียมเข้าไปตรวจร่างกายกับ บาร์เซโลน่า ในวันจันทร์นี้ ด้วยสีหน้าที่อิ่มเอิบมีความสุข ทันทีที่เปิดตัวครั้งแรกต่อหน้าสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอย่างคับคั่ง

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ นักเตะทีมชาติบราซิล ได้เดินทางมาถึงสนามบินย่าน เมอร์ซีย์ พร้อมภรรยาสาวและลูกตัวน้อยของเขา เพื่อที่จะมาทำการเข้าตวรจร่างกายกับ บาร์เซโลน่า ในวันจันทร์ที่ 8 มกราคมนี้ หลังย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาร่วมทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” เป็นที่เรียบร้อย

จากนั้นจะมีการเปิดตัว คูตินโญ่ ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามคัมป์ นู หลังจากย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวแพงสุดของโลกอันดับ 3 ด้วยค่าตัว 145 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 6,525 ล้านบาท) เป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดรองลงมาจาก แข้งดังเพื่อนร่วมชาติอย่าง เนย์มาร์ เจ้าของสถิติโลกที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 197 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท)และยังมี คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ย้ายมาจากโมนาโก มาค้าแข้งให้กับ “เปแอสเช” ด้วยค่าตัว 165.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,400 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม หลังจาก คูตินโญ่ ย้ายมาถิ่นคัมป์ นู เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ พูดถึงอดีตดาวยิงลิเวอร์พูลว่า เป็นนักเตะที่มีความแตกต่างเล่นให้ทีมได้หลายด้าน ทั้งยิงประตูให้ทีม และยังจ่ายประตูได้อีกด้วย

ส่วนค่าเหนื่อยที่ คูตินโญ่ จะได้รับกับ “เจ้าบุญทุ่ม” นั้นคือจำนวน 240,000 ปอนด์ (ราว10 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์