ยิงฉลองแชมป์! แมนฯ ซิตี้ ปูพรมถล่ม สวอนซี 5-0


ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแกร่งสมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านถล่ม สวอนซี ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฝั่งเจ้าบ้านยังคงจัดชุดใหญ่เต็มอัตราโดยส่งแนวรุกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เชซุส นำทัพ ส่วนทัพ “หงส์ขาว” ที่ลุ้นหนีโซนตกชั้นก็ส่ง จอร์แดนและอังเดร อายิว เป็นความหวังในแดนหน้า

เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที เจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง เตะบอลไปโดนกองหลังทีมเยือกระเด็นไปเข้าทาง ดาบิด ซิลบา หวดด้วยซ้ายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 16 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ ฟาเบียน เดลฟ์ ทำชิ่งกับ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนส่งเข้ากลางให้ สเตอร์ลิง แปจ่อ ๆ เข้าประตูไป

นาทีที่ 35 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ เดอ บรอยน์ เปิดบอลขึ้นมาเขตโทษให้ กาเบรียล เชซุส หวดด้วยขวาแต่ติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

จบครึ่งแรกเจ้าบ้านเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-0

ครึ่งหลังเจ้าบ้านได้ประตูทิ้งห่าง 3-0 นาทีที่ 54 เมื่อ ดานิโล ตัดบอลจากแข้ง สวอนซี ก่อนส่งบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ พลิกหาจังหวะซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยม

“หงส์ขาว” มีโอกาสได้ลุ้นประตูบ้าง กี ซึง-ยอง เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ อัลฟี่ มอว์สัน โหท่งบอลข้ามคานแบบเฉี่ยดฉิว

นาทีที่ 64 “เรือใบสีฟ้า” ได้จุดโทษจากจังหวะที่ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ สกัด ราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เชซุส รับหน้าที่สังหารบอลแต่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ปัดไปชนเสาเด้งมาเข้าทาง แบร์นาโด้ ซิลวา พุ่งมาซ้ำเข้าประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีเป็น 4-0

นาทีที่ 75 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยน ฟาเบียน เดลฟ์ ออกแล้วส่ง เบนฌาแม็ง เมนดี้ ที่เจ็บยาวจนหายจากการลงสนามนานเกือบ 8 เดือนได้ลงสนามอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนบอล

นาทีที่ 88 ยาย่า ตูเร่ ได้บอลในเขตโทษก่อนตัดบอลข้ามแนวรับให้ กาเบรียล เชซุส ที่คราวนี้ไม่พลาดโหม่งบอลตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 5 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมนี้

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ไป 5-0 เก็บ 3 คะแนนทำให้คะแนนเพิ่มเป็น 90 ส่วนทางด้าน สวอนซี ซิตี้ มี 33 คะแนน รั้งอันดับ 17 มีคะแนนนำหน้าโซนตกชั้นอยู่ 4 คะแนน

งานดีมีรางวัล! เรือใบ เตรียมต่อสัญญา เป๊ป


“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมตบรางวัลให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่คนเก่งของทีม หลังจากที่พาทีมทำผลงานได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้

สื่อชื่อดังเมืองผู้ดีเผย สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมจับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือหนุ่มชาวสเปนต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 2 ปี พร้อมทุ่มค่าจ้างปีละ 20 ล้านปอนด์

ฤดูกาลนี้ เป๊ป พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยการคว้าแชมป์ลีก คัพ ไปแล้วก่อนหน้านี้ แม้ผลงานสองนัดล่าสุดจะดูไม่ดีเท่าไร หลังจากที่พวกเขาบุกไปแพ้ ลิเวอร์พูลถึง 0-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก และล่าสุด เพิ่งเปิดบ้านแพ้ให้กับทีมร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3

แต่ด้วยผลห่างของคะแนนสุดท้ายแล้ว สื่อยังเชื่อว่า เป๊ป น่าจะพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้อย่างไม่ยาก ก่อนจะเตรียมพาลูกทีมลงพบกับลิเวอร์พูลนัดที่สองในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงกลางสัปดาห์

สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังมีสัญญาคุมทีมอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม จนถึงปี 2019 โดยสื่อคาดว่า ชีค มานซูร์ เจ้าของสโมสร และคัลดูน อัล มูบารัค สองประธานใหญ่ของทีมได้เรียกเจ้าตัวเข้าไปพูดคุยเรื่องสัญญาแล้วก่อนหน้านี้ ในระหว่างที่เขาพาทีมไปเก็บตัวที่ อาบูดาบี

ทั้งนี้ หาก เป๊ป ยอมต่อสัญญากับทีมออกไป จะทำให้เขาเป็นกุนซือที่รับค่าจ้างมากที่สุดในโลกทันที โดยคาดว่า เป๊ป จะได้ค่าจ้างปีละ 20 ล้านปอนด์ (ราว 900 ล้านบาท) จนถึงปี 2020

หงส์โหดจัด! ไล่ถล่ม เรือสิ้นท่า 3-0 ศึกยูซีแอลรอบแปดทีม


จมเรือใบ! “หงส์แดง’’ ลิเวอร์พูล ฟอร์มเทพ หลังเปิดบ้านไล่อัด ‘’เรือใบสีฟ้า’’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 โอกาสเข้าสู่รอบรองชนะเลิศสดใส ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี คู่แข่งร่วมลีก

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็นสามประสานในแนวรุกส่วนทีมเยือนใช้ดาบิด ซิลบา ลงคู่กับ เควิน เดอ บรอยน์ และ เลรอย ซาเน่ โดยให้ กาเบรียล เชซุส เป็นตัวจบสกอร์

เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที จากจังหวะสวนกลับของเจ้าบ้านก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะได้ซัดเต็มข้อ นายทวารทีมเยือนปัดออกมาเข้าทางของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่งหนึ่งจังหวะแล้วยิงซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1-0

ถัดจากนั้น 2 นาที เป็นจังหวะของทีมเยือนบ้างเมื่อ ดาบิด ซิลบา จ่ายทะลุช่องให้ เลรอย ซาเน่ หลุดเข้าไปซัดหลุดกรอบไปนิดเดียว

เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 21 เมื่อ อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เก็บบอลจากหน้ากรอบประตูก่อนจะส่องระยะไกลเต็มข้อเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าบ้านนำห่าง 2-0

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านได้เฮอีกครั้งจากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โยนเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นโขกจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 47 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่สี่จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบ้านให้ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้โอกาสขึ้นโขก แต่บอลหลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 71 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ โดมินิค โซลันเก้ จ่ายบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้ยิงจ่อ ๆ แต่บอลไปเข้ามือของ เอแดร์สัน นายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 75 ทีมเยือนโหมบุกและเกือบได้ปกระตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ กาเบรียล เฆซุส ได้ซัดหลุดออกหลังไปนิดเดียว

จบเกม ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปก่อน 3-0 ก่อนที่จะไปลุ้นกันต่อนัดสองที่บ้านของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า

เรือใบฟอร์มแจ่ม! เปิดบ้านอัด เวสต์บรอม 3-0 ลาปอร์ตประเดิมแล้ว


การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 25 เจ้าบ้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมอันดับ 20 ของตาราง ขาดลอย 3-0 ส่งผลทำคะแนนทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 ถึง 15 คะแนน

เกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน โดยนัดนี้เจ้าบ้านส่ง อายเมอริค ลาปอร์ต เซนเตอร์ฮาล์ฟค่าตัว 57 ล้านปอนด์ลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมแรก

เริ่มการแข่งขัน นาทีที่ 15 เจ้าบ้านบุกมาทักทายก่อนจากจังหวะ ไคล์ วอล์คเกอร์ ส่งบอลกลับให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงไกลที่เสาแรก เบน ฟอร์สเตอร์ กระโดดปัดได้ทันออกหลังไป

ต่อมาได้เพียง 5 นาที เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ แฟร์นันดินโญ่ หลุดยิงลอดขา เบน ฟอสเตอร์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาทีที่ 40 ดาบิด ซิลบา ต้องออกจากสนามจากอาการบาดเจ็บสะโพกทำให้ อิลคาย กุนโดกัน ลงมาเล่นแทน

หมดครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ยังขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช อยู่ 1-0

มาต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 69 ซิตี้ หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับ และในจังหวะสุดท้าย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ตอกกับหลังให้ เดอ บรอยน์ ยิงโล่ง ๆ เข้าไปง่าย ๆ

นาทีที่ 79 ทีมเยือนแก้เกม ส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงที่เพิ่งยืมตัวมาจาก ลิเวอร์พูล ลงมาวาดลายแทน ซาโลมอน รอนดอน

ต่อมานาทีที่ 88 เจ้าบ้านมาได้ประตูปิดท้าย จากจังหวะ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลากบอลจากกลางสนามก่อนแทงทะลุช่องให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรกเข้าไป สกอร์ขยับเป็น 3-0

จบเกม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไม่สามารถบุกทำประตูได้เลย ชัยชนะตกเป็นของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้ 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 68 คะแนน ทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 เพิ่มเป็น 15 คะแนน หลังทีม ปิศาจแดง บุกไปแพ้ สเปอร์ส 0-2 ในคืนวันเดียวกัน

เรือใบย้ำชัย บุกชนะ บริสตอล สุดมัน 3-2 ลิ่วชิง คาราบาว คัพ


‘’เรือใบสีฟ้า’’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตบเท้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ เป็นทีมแรก หลังบุกไปย้ำแค้น บริสตอล ซิตี้ 3-2

ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่สอง ระหว่าง บริสตอล ซิตี้ เปิดรัง แอชตัน เกท สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง บ็อบบี้ รีด เป็นหน้าเป้าเหมือนเดิม ส่วนทีมเยือนใช้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน” และลีรอย ซาเน่ โดยมี ดาบิด ซิลบา กัปตันทีมปั้นเกมตรงกลางร่วมกับ เควิน เดอ บรอยน์ โดยคู่นี้เกมแรกเป็นทาง แมนฯ ซิตี้ เฉือนชนะไปก่อน 2-1 กุมความได้เปรียบไว้

เริ่มเกมขึ้นมาเพียง 14 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นก่อนจากจังหวะลูกฟรีคิก ดาบิด ซิลบา เปิดมาเข้าทาง จอห์น สโตนส์ เติมขึ้นมาโหม่งเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 23 เจ้าบ้านได้โอกาสทักทายบ้างจากจังหวะฟรีคิกและเป็น ฮอร์ดูร์ แม็กนุสเซน เปิดแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน บอลมาเข้าทาง เคลาดิโอ บราโว รับไว้ได้อย่างสบาย ๆ

นาทีที่ 34 ทีมเยือนได้ลุ้นออกนำอีกครั้งจากจังหวะการการเติมขึ้นมาของ แฟร์นันดินโญ่ ได้ตะบันจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 43 ทีมเยือนมาได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไปแย่งบอลจากแนวรับทีมเยือนมาได้ก่อนจะจ่ายไปให้ ลีรอย ซาเน่ ซัดไปแฉลบแนวรับเข้าประตูตัวเอง ซิตี้ ขึ้นนำก่อน 1-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียง 4 นาที ทีมเยือนมาได้ประตูที่สองจากจังหวะการเปิดเกมของ เควิน เดอ บรอยน์ โยนไปบอลไปเสาสองเข้าทาง เซร์คิโอ อเกวโร่ ได้ตะบันเต็มข้อบอลเข้าเสาแรกไปอย่างสวยงาม ซิตี้ออกนำห่าง 2-0

นาทีที่ 64 เจ้าบ้านได้เฮบ้างจากจังหวะการทำเกมของ เจมี เพเตอร์สัน ก่อนจะเปิดบอลมาเสาไกลให้ มาร์ลอน แพ็ค ขึ้นโขกโล่งๆ เจ้าบ้านตามมาที่ 2-1

ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 เจ้าบ้านได้เฮลั่นเมื่อ บ็อบบี รีด โหม่งตั้งมาให้ อาเดน ฟลินท์ เติมเกมขึ้นซัดโล่ง ๆ เจ้าบ้านตามมาตีเสมอสำเร็จ 2-2

แต่หลังจากนั้นเพียง 2 นาที ทีมเยือนมาได้ประตูชัย จากจังหวะสวนกลับ ลีรอย ซาเน่ ก่อนจะจ่ายไปโล่ง ๆ หน้าประตูและเป็น เควิน เดอ บรอยน์ เติมขึ้นมาซัด ทีมเยือนขึ้นนำ 3-2

จบเกม แมนฯ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ บริสตอล ซิตี้ 2-3 รวมผลสองนัด แมนฯ ซิตี้ เอาชนะไป (5-3) ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก โดยจะรอผู้ชนะเลิศอีกทีมระหว่าง อาร์เซน่อล ที่จะเตะกับ เชลซี ในคืนวันพุธนี้