สเปอร์สช็อก! “ม้าลาย” บุกยิง 2-1 เขี่ยร่วงตกรอบคาเวมบลีย์


การแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง ทำเอาแฟนเจ้าบ้านหน้าหงอย หลัง “ม้าลาย” ยูเวนตุส บุกมายิงซ้ำถึงสองลูกเพียงเวลา 3 นาที ทำให้ “สเปอร์ส” พ่ายแพ้คาบ้านแบบเจ็บแสบ 1-2 ส่งผลให้ ยูเวนตุส รองแชมป์ปีที่แล้ว ลิ่วเข้ารอบ 8 ทีมแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยผลรวมสกอร์สองนัดเป็น 4-3

”ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ในนัดนี้เป็นเจ้าบ้านหลังนัดแรก พาทีมบุกไปเสมอ ยูเวนตุส 2-2 เกมนี้จึงเตรียมแผนแนวหน้ากะปิดเกมเร็วได้จับ แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง มิน, เดเล่ อัลลี่ และคริสเตียน เอริคเซ่น ลงมาปั้นเกมหน้าให้ทีม

ส่วมทีมเยือน “ม้าลาย” ยูเวนตุส ในนัดนี้จะชวดใช้งาน มาริโอ มานด์ซูคิช ที่ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังมี กอนซาโล่ อิกวาอิน และเปาโล ดีบาล่า ที่ฟิตทันกลับลงมาล่าตาข่ายให้ทีม

ในการแข่งขันเกมรุกเจ้าบ้านยังคงบุกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นาทีแรกจนมานาทีที่ 39 สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะ เอริคเซ่น จ่ายบอลทะลุช่องให้ อัลลี่ แต่ บาร์ซาญี่ กองหลังเจ้าบ้านก็วิ่งมาสกัด บอลกระเด็นออกเข้าทาง ทริปเปียร์ ล็อกเข้าเสาแรกเปิดขวาให้ ซน ฮึง มิน ยืนแปโล่ง ๆ เข้าไป เป็นประตูขึ้นนำของสเปอร์ส ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นานนาทีที่ 62 ทีมเยือนมาทวงประตูคืนเป็น 1-1 จากจังหวะ สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ เลี้ยงบอลทางริมเส้นฝั่งขวามาแล้วเปิดเข้าในให้ เคดิร่า โขกชงไปกลางประตูให้ อิกวาอิน วิ่งสอดขึ้นมาเท้าสกิดบอลเข้าสองไปแบบ อูโก้ โยริส ไม่ทันได้ขยับ

พักไม่ทันหายเหนื่อยทีมเยือนมาได้ลูกทิ้งห่างเป็น 2-1 ในนาทีที่ 66 เริ่มจากจังหวะกลางสนาม กอนซาโล่ อิกวาอิน พาบอลดึงตัวประกบแล้วจ่ายทะลุช่องให้ เปาโล ดีบาล่า ที่วิ่งสอดขึ้นมา หลุดเดี่ยวขึ้นเข้าไปซัดซ้ายแล้วส่งบอลพุ่งเข้าเสาสองอย่างเด็ดขาด

หลังจากนั้น สเปอร์ส พยายามบุกหนักแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับยูเว่ได้ จบเกม สเปอร์ส พ่ายให้กับ ยูเวนตุส 1-2 ส่งผลให้ยูเวนตุสผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 4-3 ตามลิเวอร์พูล เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เปาทำพิษ! ‘หงส์’ สุดช้ำถูก ‘ไก่’ ไล่เจ๊าท้ายเกม 2-2


การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสียจุดโทษสองครั้งในช่วงท้ายเกม ทำให้เปิดบ้านได้แค่เจ๊า “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 2-2 ที่สนามแอนฟิลด์ พลาดเก็บ 3 แต้มเต็มไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในการแข่งขัน ลิเวอร์พูล ทีมอันดับที่ 3 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทีมอันดับที่ 5 เกมนี้ทำให้เจ้าบ้านต้องกดดันจากสกอร์การเล่นของทีมเยือนที่ไม่แพ้ใครเลยมา 7 เกมติดจากการเล่น 25 นัด มีคะแนนเก็บ 48 คะแนน ห่างกับ ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ 50 คะแนน อยู่ 2 คะแนน

เริ่มการแข่งขันเพียง 3 นาที เจ้าบ้านมาฉวยโอกาสทำประตูก่อนจากจังหวะขลุกขลิกแล้วบอลหลุดไปถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทะลุขึ้นมาเก็บบอลแล้วหลุดเข้าไปแปด้วยเท้าซ้ายเข้าไปง่าย ๆ เป็น 1-0

ต่อมานาทีที่ 17 ลิเวอร์พูลมีโอกาสได้ประตูที่สอง อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ จ่ายให้ เจมส์ มิลเนอร์ เติมขึ้นมาซัดด้วยขวา บอลแฉลบ ดาวินสัน ซานเชซ ก่อนลอยผ่านเสาสองออกไปอย่างน่าหวาดเสียว

การแข่งขันจบ 45 นาทีแรกทีมเยือนยังไม่สามารถทำประตูได้ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-0

ต่อมาครึ่งหลังนาทีที่ 68 ทีมเยือนเหมือนจะมาได้ประตูตีตื้นจากจังหวะ เดเล่ อัลลี่ โดนสกัดขาล้มในกรอบเขตโทษ ไม่วายทำให้เจ้าตัวโดนใบเหลืองไปเพราะการฟาวล์ของกองหน้าทีมชาติอังกฤษดูเหมือนจะเป็นกาพุ่งล้มเพื่อเรียกฟาวล์มากกว่า

ต่อมานาทีที่ 80 ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะเปิดบอลทางฝั่งซ้ายของทีมเยือน แล้ว ลอริส คาริอุส กระโดดปัดบอลทิ้งออกมาเข้าทาง วิคเตอร์ วานยาม่า วิ่งมากดเต็มด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเป็นจรวดเสียบคานเข้าไปอย่างเฉียบขาด

นาทีที่ 84 ทีมเยือนมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน สกัดบอลวืดแล้วบอลเลยไปถึง แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวขึ้นมา คาริอุส ออกมาล้มตัวสกัดบอล แต่ แฮร์รี่ เคน เหลี่ยมดีเรียกจุดโทษได้ ก่อนที่จะลุกมาสังหารเองแล้วพลาด ยิงไปติดเซฟนายทวารลิเวอร์พูล พลาดโอกาสพลิกขึ้นนำ

นาที 90+1 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮกันสนามแทบแตกเมื่อ “หงส์แดง” ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว แหวกแนวรับ สเปอร์ส เข้าไปยิงมุมแคบ บอลข้ามตัว ฮูโก้ โยริส เข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาที 90+3 สถานการณ์พลิกกลับ เมื่อ ลิเวอร์พูล เสียจุดโทษแบบช็อคแฟนบอล ในจังหวะที่บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ พยายามจะเตะสกัด แล้วเหลือบไปเห็น เอริค ลาเมล่า ปีกสเปอร์สพุ่งเข้ามา จึงชักขากลับ แต่ ลาเมล่า อาศัยจังหวะนั้นล้มลง และไลน์แมนก็ยกธงพร้อมกับแจ้งผู้ตัดสินให้เป็นจุดโทษ แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด สกอร์เป็น 2-2 แบบสุดดราม่า

จบเกมการแข่งอันดุเดือด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสมอ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน

เดือนนี้ของเคน! ‘สเปอร์ส’ บุกถล่ม อาโปเอล ถึงถิ่น 3-0 เคนแฮตทริก


หลังจากปืนฝืดในเดือนที่แล้ว เดือนนี้กลับมายิงได้อย่างต่อเนื่องสำหรับ แฮร์รี่ เคน เกมนี้ตะบันแฮตทริก ทำให้ยิงรวม 5 ประตู ขึ้นไปนำดาวซัลโวยูซีแอลก่อนพา “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส บุกไปไล่อัดเจ้าถิ่น อาโปเอล นิโคเชีย จากไซปรัส แบบสบายเท้า 3-0 ซิวชัยสองเกมติดมี 6 แต้มเท่ากับ เรอัล มาดริด รั้งจ่าฝูงกลุ่มร่วมด้วยผลต่างได้-เสียที่เท่ากัน ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้ 11 นาที ไก่เดือยทอง ได้ลุ้นก่อน ซน ฮึง-มิน ได้ซัดจ่อ ๆ ในกรอบเขตโทษแต่ติดบล็อคของ นูโน่ โมราอิส กองกลางกัปตันทีมของอาโปเอล นิโคเซีย
นาทีที่ 19 อาโปเอล นิโคเซีย เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ อีกอร์ เดอ กามาร์โก้ กระชากเข้าไปกดด้วยซ้ายทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลพุ่งวาบไปชนคานออกมาอย่างน่าเสียดาย

ผ่านมา 36 นาที เจ้าถิ่นทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ กาห์ยาส ซาฮิด เปิดลูกเตะมุมจากทางด้านซ้ายข้ามไปเสาไกลให้ คาร์เลา สลัดการประกบมาโหม่งหลุดเสาขวาไปนิดเดียว

นาทีที่ 39 อัลเดอร์ไวเรลตัดสินใจลองไหลบอลสั้นทะลุช่องมาเข้าทางเคน ก่อนที่หอกชาวอังกฤษจะได้โอกาสหลุดไปซัดผ่านวอลเตอร์มันหมดสิทธิ์ป้องกัน สเปอร์สนำ 1-0
ไป จากนั้นนาทีที่ 47 ซัลลายได้หลุดไปกดบอลในเขตโทษคลับไก่ แต่คราวนี้โยริสรับติดมือแบบไม่ยาก

นาทีที่ 55 อโลเนฟติส ของเจ้าถิ่นเลี้ยงบอลจี้เข้าเขตโทษ ก่อนลองกดบอลเต็มเท้าไปติดเซฟของโยริสบินปัดออกหลังไป

สกอร์ไหลเพิ่มเป็น 2-0 จากจังหวะที่ซิสโซโก้ไหลบอลจากทางขวาให้เคนบรรจงซัดเน้นๆบอลซุกก้นตาข่ายในนาทีที่ 62

นาทีที่ 68 เคนจัดการทำแฮตทริกได้ในเกมนี้ เริ่มจากจังหวะที่เขาจ่ายบอลออกทางขวาให้ทริปเปียร์ ก่อนที่แบ็คขวาชาวอังกฤษจะโยนเข้าในไปยังพื้นที่ว่าง ให้ดาวยิงหมายเลข 10 วิ่งมาโหม่งจ่อ ๆ ไม่เหลือ สเปอร์สหนีห่าง 3-0
เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกม สเปอร์ส ชนะ อาโปเอล 3-0