เรือใบฟอร์มแจ่ม! เปิดบ้านอัด เวสต์บรอม 3-0 ลาปอร์ตประเดิมแล้ว


การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 25 เจ้าบ้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมอันดับ 20 ของตาราง ขาดลอย 3-0 ส่งผลทำคะแนนทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 ถึง 15 คะแนน

เกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน โดยนัดนี้เจ้าบ้านส่ง อายเมอริค ลาปอร์ต เซนเตอร์ฮาล์ฟค่าตัว 57 ล้านปอนด์ลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมแรก

เริ่มการแข่งขัน นาทีที่ 15 เจ้าบ้านบุกมาทักทายก่อนจากจังหวะ ไคล์ วอล์คเกอร์ ส่งบอลกลับให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงไกลที่เสาแรก เบน ฟอร์สเตอร์ กระโดดปัดได้ทันออกหลังไป

ต่อมาได้เพียง 5 นาที เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ แฟร์นันดินโญ่ หลุดยิงลอดขา เบน ฟอสเตอร์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาทีที่ 40 ดาบิด ซิลบา ต้องออกจากสนามจากอาการบาดเจ็บสะโพกทำให้ อิลคาย กุนโดกัน ลงมาเล่นแทน

หมดครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ยังขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช อยู่ 1-0

มาต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 69 ซิตี้ หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับ และในจังหวะสุดท้าย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ตอกกับหลังให้ เดอ บรอยน์ ยิงโล่ง ๆ เข้าไปง่าย ๆ

นาทีที่ 79 ทีมเยือนแก้เกม ส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงที่เพิ่งยืมตัวมาจาก ลิเวอร์พูล ลงมาวาดลายแทน ซาโลมอน รอนดอน

ต่อมานาทีที่ 88 เจ้าบ้านมาได้ประตูปิดท้าย จากจังหวะ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลากบอลจากกลางสนามก่อนแทงทะลุช่องให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรกเข้าไป สกอร์ขยับเป็น 3-0

จบเกม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไม่สามารถบุกทำประตูได้เลย ชัยชนะตกเป็นของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้ 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 68 คะแนน ทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 เพิ่มเป็น 15 คะแนน หลังทีม ปิศาจแดง บุกไปแพ้ สเปอร์ส 0-2 ในคืนวันเดียวกัน

ปืนใหญ่ ส่งท้ายปีได้ไม่สวยโดน เวสต์บรอมวิช ฮึดสู้แบ่งไปทีมละแต้ม


อาร์เซน่อล ส่งท้ายปีได้ไม่ดีสักเท่าไร โดยทำได้แค่บุกไปเสมอกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ด้วยสกอร์ 1-1 เท่านั้น ทำให้เก็บ 1 คะแนนขึ้นแซงไก่ขึ้นไปยึดอันดับ 5 ก่อน แต่ไฮไลท์เกมนี้เป็น อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อลทำสถิติใหม่พรีเมียร์ลีกแซงหน้า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ด้วยการคุมทีมนานสุดที่ 811 นัด

ครึ่งแรกเริ่มมา 6 นาที เวสต์ บรอมวิช มีโอกาสก่อนจากจังหวะที่ แม็ตต์ ฟิลลิปส์ โยนให้กับ เจย์ โรดรีเกซ กระโดดขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษติดเซฟของ ปีเตอร์ เช็ก นายด่านของ อาร์เซน่อล

นาทีที่ 30 อาร์เซน่อล ได้โอกาสเมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ จ่ายบอลให้กับ อเล็กซ์ อิโวบี้ ล็อคแล้วสับไกด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษ แต่ เบน ฟอสเตอร์ นายทวารของ เวสต์บรอมวิช พุ่งปัดออกหลังไป

มาถึงนาทีที่ 37 อาร์เซน่อล จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวของ เอนสลี่ย์ เมตแลนด์-นีลส์ ดาวรุ่งของทีมลงมาเล่นแทน เซอัด โคลาซินัช วิงแบ็คกราบซ้ายที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

กลับเข้ามาสู่ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นได้โอกาสก่อนในนาทีที่ 56 เมื่อ จอนนี่ อีแวนส์ โหม่งลูกเตะมุมตั้งไปให้ เฮกาซี่ ยิงด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบไป

เกมยาวมาถึงนาทีที่ 77 เวสต์ บรอมวิช สวนกลับขึ้นมา เจย์ โรดรีเกซ ได้ส่องด้วยขวาจากนอกเขตโทษ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ปัดทิ้งออกมาได้ทันแต่บอลไหลมาเข้าทางของ เจมส์ แม็คเคลน ยิงซ้ำด้วยซ้ายแต่ติดบล็อคของผู้เล่นอาร์เซน่อล

แฟน ปืนใหญ่ ก็เฮจนได้ นาทีที่ 83 เมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบบอลไปแฉลบ เจมส์ แม็คเคลน เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำไปก่อน 1-0

เกมดูเหมือนว่าจะจบด้วยสกอร์นี้แต่ นาที 89 ฝั่งเจ้าบ้าน มาได้จุดโทษ และเป็น เจย์ โรดรีเกซ ที่รับหน้าที่ยิงผ่านตัว ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปเสมอกัน 1-1 ช่วงเวลาที่เหลือไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้ จบเกมแบ่งแต้มกันไปทีมละแต้ม

เวสต์บรอมฯ แผ่วท้ายเกม นำก่อนแต่แค่เจ๊า นิวคาสเซิ่ล 2-2


เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน เปิดบ้านพบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หลังจากแพ้ในลีกมา 4 เกมติด นัดล่าสุดเกือบบุกเก็บ 3 แต้ม กับ สเปอร์สได้ ก่อนจบด้วยผลเสมอ 1-1 ส่วนนัดนี้ดันมามาซวยซ้ำอีก หลังนำก่อน 2- 0แต่ผลสุดท้ายเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันอังคารที่ผ่านมา

การแข่งขันเริ่มขึ้น นิวคาสเซิ่ล มีโอกาศบุกมาทักทายก่อนในนาทีที่ 5 จากการชิพของ มิเกล เมริโน่ มาให้ แมต ริตชี่ เกี่ยวบอลลงได้ ปั่นซ้ายอย่างรวดเร็วน่าเสียดายแฉลบออกข้างไป

นาทีที่ 20 เป็นทางฝั่งของเจ้าบ้านทักทาย จากจังหวะ ซาโลมอน รอนดอน บุกขึ้นมาแย่งบอลตัดด้วยขวายิงไกลแบบไม่ลังเล ตกใส่สามเหลี่ยมออกหลังไปแบบสุดเสียว

ต่อมานาทีที่ 45+1 แม็ตต์ ฟิลลิปส์ แทงบอลให้ คีแรน กิ๊บบ์ส แต่งบอลยาวขึ้นมาเปิดเข้าในให้ ฮัล ร็อบสัน-คานู ขึ้นโหม่งเข้าประตูอย่างสวยงาม ส่งผลให้เจ้าบ้าน เวสต์บรอมวิช ขึ้นนำไปก่อน 1-0
หมดครึ่งแรก เจ้าบ้านได้เปรียบทำประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0

มาต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 52 ทีมเยือนจำต้องรีบตามคะแนน เจค็อบ เมอร์ฟี่ กระจากเข้ามาตรงเปิดเข้าในติดที่ จอนนี่ อีแวนส์ โหม่งสกัด มิเคล เมริโน่ วิ่งขึ้นมาซ้ำอย่างสวย น่าเสียดาย เบน ฟอสเตอร์ จับไว้ได้

นาทีที่ 55 เจ้าบ้านมาได้บวกอีกลูกจากจังหวะ แม็ตต์ ฟิลลิปส์ ปั่นโด่งเข้ามาเสาสอง แซม ฟิลด์ วิ่งเข้ามาเคาะเข้าประตูอย่างสวย ส่งผลให้เจ้าบ้านนำอยู่ 2-0

ได้เวลาเอาคืน นาทีที่ 59 จากการเปิดมุมเข้ามาที่เสาสองให้ คีแรน คล้าร์ก กระโดดโหม่งแบบเน้น ๆ เข้าประตูช่วยให้ นิวคาสเซิ่ล ตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1

ต่อมานาที่ 83 นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสเตะมุมข้างกรอบโทษไม่วาย แม็ตต์ ริทชี่ สังหารยัดเต็มแรงโดนส้น ซาโลมอน รอนดอน กะจะสกัดบอลแต่บอลเปลี่ยนทางเข้าก็กับแบบงง ๆ สกอร์กลายเป็น 2-2

จบเกมการแข่งขัน เวสต์ บรอมมิช เปิดบ้านเสมอ นิวคาสเซิ่ล ไป 2-2